*ตั้งแต่บทนี้เป็นต้นไป ขอเปลี่ยนคำว่าแก่นปราณกระบี่ เป็น เจตจำนงกระบี่ นะครับ พอดีกลับไปค้นภาษาต้นฉบับ ใช้คำว่าเจี้ยนอี้ – แปลตรงตัวเลย เจตนากระบี่,ความหมายแห่งกระบี่,ความปรารถนาแห่งกระบี่ ซึ่งจะเข้ากับบริบทมากกว่าจั่วม่อเหม่อมองศิษย์พี่เหวยเสิ้งอย่างแตกตื่นเสื้อผ้าอาภรณ์บนร่างศิษย์พี่เหวยเสิ้งฉีกขาดเป็นริ้ว ๆ คนคล้ายกระบี่คมกล้าที่ปราศจากฝักเล่มหนึ่ง แรงกดดันอันหนักหน่วงนี้ บันดาลให้จั่วม่อรู้สึกถึงความแปลกพิสดารชนิดหนึ่ง ทันใดนั้นในใจมันพลันปรากฏคำ – เจตจำนงกระบี่!จั่วม่อตระหนักในทันที “ศิษย์พี่ ยินดีด้วย!”เหวยเสิ้งได้ฟังก็แย้มยิ้ม เจตจำนงกระบี่รอบกายคล้ายถูกผลักดันด้วยมือล่องหนข้างหนึ่ง จู่ ๆ ก็สั่นสะเทือนอย่างกะทันหัน ก้อนกรวดเล็ก ๆ บนพื้นดินแตกระเบิดกระเด็นขึ้นฟั้า ฝุั่นผงฟุั้งกระจาย เพียงชั่วไม่กี่อึดใจ พื้นดินใต้ฝั่าเท้ามันถูกฟาดฟันเป็นหลุมตื้น ๆด้วยพลังเจตจำนงกระบี่ที่มองไม่เห็น“ขออภัยด้วยศิษย์น้อง พลังฝึกตนของข้าแทบทะลุขีดจำกัด ไม่สามารถควบคุมไว้ได้อีกแล้ว”“ศิษย์พี่ใช่มารับหญ้ามังกรเพลิงหรือไม่?” จั่วม่อกล่าวพลางโบกมือตัดบท บ่งบอกว่ามันมิได้รังเกียจ นี่เป็นครั้งแรกที่มันพบเห็นผู้ที่กำลังจะทะลวงด่านฝึกตน เตรียมตัวผ่านเข้าสู่ด่านจู้จี ในใจมันมีแต่ความอยากรู้อยากเห็น“ลำบากเจ้าแล้ว ศิษย์น้อง” เหวยเสิ้งขยับก้าวเดินอย่างหมดหนทาง หลุมฝุั่นละอองใต้ฝั่าเท้ามันลึกจนเกือบถึงเข่าแล้วต