่าได้กล่าววาจาไร้สาระเช่นนั้น สำนักเรากำลังจะรุ่งเรืองขึ้น ยิ่งต้องช่วยกันพยายามอย่างสุดความสามารถ ตั้งอกตั้งใจฝึกอบรมเหวยเสิ้ง จะได้ไม่ผิดต่อท่านอาจารย์ และเหล่าปรมาจารย์ผู้ล่วงลับ”หยานเล่อพยักหน้า “ศิษย์พี่สั่งสอนถูกต้อง” มันจู่ ๆ ก็เบือนหน้าไปอีกทาง ขมวดคิ้วพลางกล่าวว่า “ดูท่าวันนี้เราจะมีอาคันตุกะมาเยือนไม่น้อย!”ดวงตาของเผยเหยียนหรานทอประกายเย็นชา ออกคำสั่งด้วยสุ้มเสียงราบเรียบ“แต่ค่ำคืนนี้ย่อมมิใช่เวลารับรองแขก ศิษย์น้องรอง อย่าปล่อยให้พวกมันรบกวนเหวยเสิ้ง”“ทราบแล้ว!” ซินหยานสงบลง กลับเป็นเคร่งขรึมเฉยชาดุจปั้ายหินหลุมศพ กล่าวเพียงหนึ่งคำอันเต็มไปด้วยความหนาวเหน็บไม่ว่าจะเป็นเหล่าผู้ฝึกตนที่กำลังเหาะเหินมายังภูเขาสุญตา หรือบรรดาศิษย์สำนักที่กำลังแหงนมองท้องฟั้า พริบตานั้นล้วนรู้สึกประกายหิมะขาววาบผ่านดวงตาของพวกมัน! ยังไม่ทันจะมีปฏิกิริยาตอบสนอง เจตจำนงกระบี่อันน่าขนพองสยองเกล้าก็กดทับลงเหนือศีรษะ ทั้งแผ่ไพศาล ทั้งเต็มไปด้วยกลิ่นอายประดุจจะทำลายล้างฟั้าดินทุกผู้คนล้วนแตกตื่นตระหนก ถอยกรูดไปด้านหลังอย่างไม่รู้สึกตัวมังกรหิมะขาวขนาดมหึมาตัวหนึ่ง ทะยานขึ้นบดบังไปครึ่งฟั้า ร่างอันปราดเปรียวสะบัดโบยบิน โลดแล่นท่องเวหาในท้องฟั้าราตรี ดวงตาประหนึ่งผลึกน้ำแข็งคู่นั้นเต็มไปด้วยความอหังการ กลิ่นอายอันดุร้ายหนาวเหน็บ ต่อให้อยู่ห่างไกลยังสามารถรู้สึกได้อย่างชัดเจนยามนี้ผู้คนค่อยนึกขึ้นได้