นสุดไม่!ข้ามิอาจตาย!จั่วม่อพยายามดิ้นรน พยายามปลุกปลอบสติสัมปชัญญะของตนแต่ทั้งหมดทั้งมวลนี้ล้วนไร้ประโยชน์อย่างสิ้นเชิง ภายใต้อาการสำลักน้ำ ลมหายใจขาดห้วง สติสัมปชัญญะของมันค่อย ๆ กระจัดกระจายไป กลับกลายเป็นมึนงงเลอะเลือนมันกำลังจะตายจริง ๆ … …ทันใดนั้น ท่ามกลางสติอันรางเลือน จั่วม่อคลับคล้ายได้ยินใครบางคนตะโกนกรีดก้อง“อย่าได้ลืมเลือน!”“ต่อให้ต้องตาย ก็อย่าได้ลืม!”ด้วยเหตุผลบางประการ สองวลีที่มันเคยคิดว่าเป็นดั่งฝันร้าย ยามนี้คลับคล้ายมือล่องหนขนาดยักษ์ ที่ฉุดรั้งมันกลับจากการสูญสิ้นสติสัมปชัญญะข้าตายไม่ได้!จั่วม่อรีดเค้นเรี่ยวแรงเฮือกสุดท้ายในร่าง ภายในใจกู่ก้องเกรี้ยวกราดอย่างเงียบงันทั้งร่างสั่นสะเทือนเหมือนตะแกรงร่อนทอง เส้นเลือดใต้ผิวหนังปูดโปน ขยายออกอย่างรวดเร็วจนมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า เส้นเลือดสีดำหนาปกคลุมไปทั่วร่าง คดเคี้ยว บิดเบี้ยว เต้นระริก ไม่ผิดอันใดกับฝูงไส้เดือนนับไม่ถ้วน น่าสะพรึงกลัวอย่างบอกไม่ถูกลมหายใจในทรวงอกแผ่วจาง ไม่ต่างอันใดกับเปลวเทียนวูบสุดท้าย ที่พร้อมจะมอดดับลงได้ทุกเวลาแต่กระนั้น เปลวไฟอันริบหรี่นี้เอง จู่ ๆ ก็ปะทุวาบ โหมไหม้กลายเป็นทุ่งเพลิงผลาญท่วมท้นทะเลแห่งจิตสำนึก ลุกลามประหนึ่งไหม้ท่อนฟืนแห้งที่ชุ่มโชกไปด้วยน้ำมันเปลวเพลิงสีแดงเข้มขู่คำราม ถาโถมไปทั่วพื้นทะเลแห่งจิตสำนึก กวาดม้วนไปเบื้องหน้ากลืนกินทุกสิ่ง ผืนหญ้าและปั่าไม้มอดไหม้เป็นเถ้าธุลีในบัด