จั่วม่อก้มหน้าครุ่นคิดอยู่ครู่ใหญ่ ก่อนจะเงยขึ้นกล่าว “ศิษย์พี่กล้าได้กล้าเสีย ศิษย์น้องผู้นี้ชื่นชมยิ่ง แต่ท่านก็ทราบดีว่าหญ้ามังกรเพลิงต้นนี้ เป็นสมุนไพรปราณระดับที่สาม หากไม่สามารถปลูกมันลงในทุ่งปราณระดับที่สาม หรือเหนือกว่านั้น เกรงว่าพลังปราณธรรมชาติในต้นสมุนไพรนี้จะเหือดแห้ง และคุณภาพอาจลดระดับลง”เหวยเสิ้งสีหน้าแปรเปลี่ยนไปวูบหนึ่ง แล้วพลันกลับเป็นปกติ ยิ้มพลางกล่าวว่า“หากเป็นเช่นนั้น ข้าก็ไม่ต้องทนทุกข์ทรมานกับความเจ็บปวดเกินเหตุแล้ว”เมื่อเทียบกับใบหน้าสงบราบเรียบของเหวยเสิ้ง สีหน้าเหล่าเฮยกลับดูวิตกกังวลอยู่ไม่น้อยจั่วม่อในใจไตร่ตรองอยู่ครู่หนึ่ง รีบเรียบเรียงคำพูดแล้วกล่าว “ที่จริงผู้น้องอาจพอมีหนทางอยู่บ้าง”เหวยเสิ้งสะท้านขึ้น “โอ้ ศิษย์น้อง โปรดบ่งบอก”“ก่อนหน้านี้ศิษย์พี่หญิงห่าวหมิ่น ร้องขอให้ข้ารับผิดชอบดูแลสวนยาปราณในหุบเขาหมอกเย็นเยือก ข้าพบเห็นพื้นที่ว่างไม่น้อยอยู่ด้านในหุบเขา เราสามารถปลูกหญ้ามังกรเพลิงในพื้นที่ส่วนนั้นได้ แต่สิ่งเดียวที่ข้าวิตกหากศิษย์พี่หญิงห่าวหมิ่น กลับมาก่อนที่ศิษย์พี่เหวยเสิ้งท่านจะทะลวงสู่ด่านจู้จี เกรงว่าเรามิอาจหลีกเลี่ยงปัญหาที่จะตามมาได้”เหวยเสิ้งสีหน้ากลายเป็นเบิกบานใจ “หากเป็นเรื่องนี้ ศิษย์น้องไม่ต้องกังวล ศิษย์พี่หญิงห่าวหมิ่นกับศิษย์พี่หลัวหลี จะไม่กลับมาในเร็ว ๆ นี้”จั่วม่อค่อยนึกขึ้นได้ว่าศิษย์พี่เหวยเสิ้ง คือข้ารับใช้กระบี่ของศิ