ษย์พี่หลัวหลีเอง ไม่แน่ว่าศิษย์พี่ล่วงรู้ว่าบุรุษสตรีคู่นั้นไปยังที่ใดแล้ว สำหรับจั่วม่อ มันย่อมเต็มใจช่วยเหลือศิษย์พี่เหวยเสิ้ง แต่เมื่อนึกถึงความจริงที่ว่าศิษย์พี่หญิงห่าวหมิ่น จะไม่หวนกลับมาในระยะเวลาอันสั้น อารมณ์ของมันก็ขุ่นมัวระยะนี้ ทุกวันมันต้องระมัดระวังอย่างเต็มที่ คอยหวั่นเกรงว่าจะเกิดเรื่องอันใดกับสวนยาปราณ มันคล้ายถือเผือกเผาร้อนลวกที่โยนทิ้งไม่ได้หัวหนึ่งสะบัดศีรษะชะล้างอารมณ์ จั่วม่อหัวร่อพลางกล่าวว่า “เช่นนั้นก็ประเสริฐ ข้าขอแสดงความยินดีล่วงหน้า ที่ศิษย์พี่จะบรรลุสู่ด่านจู้จี”เหวยเสิ้งโบกมือ “นี่ยังกล่าวเร็วเกินไปแล้ว” จากนั้นมันเอาม้วนหยกออกมา ยื่นส่งให้จั่วม่อ “ศิษย์พี่ผู้นี้มิได้มีทรัพย์สมบัติมากมายอันใด ทั้งยังไม่มีสิ่งใดจะตอบแทนศิษย์น้องเจ้า ม้วนคัมภีร์หยกนี้บันทึกประสบการณ์ของข้าในช่วงหลายปีมานี้ หวังว่าคงพอเป็นประโยชน์ต่อศิษย์น้องบ้าง”จั่วม่อตื่นเต้นยินดียิ่ง ที่ผ่านมามันฝึกฝนด้วยตัวมันเองมาโดยตลอด ไม่เคยมีผู้ใดให้สนทนาปรึกษาแลกเปลี่ยนความเข้าใจ ศิษย์พี่เหวยเสิ้งแม้พลังฝึกตนสูงกว่ามันไม่มากแต่ประสบการณ์และความรู้ความเข้าใจของศิษย์พี่ เป็นสิ่งที่จั่วม่อต้องการ ทั้งยังสามารถนำมาใช้ได้อย่างเหมาะเหม็งดังนั้นมันไม่เกรงอกเกรงใจ หัวร่อร่อพลางรับม้วนหยกมา “ขอบคุณท่านมากแล้วศิษย์พี่”ต่อจากนั้นพวกมันทั้งสามสนทนากันสักพัก เหวยเสิ้งกับเหล่าเฮยค่อยลุกขึ้นอำลารอจนทั้งสองค