สายไหลลงมาจากฟากฟั้า จ้องมองจากเบื้องล่าง ถาโถม ม้วนคลั่ง ประหนึ่งอัสนีบาตเทพยดาจากเก้าชั้นฟั้า มโหฬาร ไร้ที่สิ้นสุด หนักหน่วง รุนแรง มิอาจต้านทาน ใจข้าปรารถนา หากกระบี่สามารถเป็นเช่นนี้แม้ตายก็ไม่เสียใจ”“นั่งจดจ้องสามเดือน ครุ่นคิดทั้งคืนวัน แต่เนื่องจากโง่เขลา มิอาจค้นพบความหมาย ยืนรองรับน้ำตกเจ็ดวัน ไม่หลับนอน ไม่ดื่ม ไม่กิน ทันใดนั้นพลันตระหนักดุจมัจฉากระโจนตามสายน้ำ ระหว่างโถมไปกับน้ำ หลงลืมความเป็นตาย จิตสำนึกกระจ่างแจ้ง ในที่สุดได้ค้นพบแก่นแท้! กระดูกหักสิบสามแห่ง นอนรักษาตัวครึ่งปีสูญเสียการมองเห็นและการได้ยิน ดังนั้นได้แต่ฝึกฝนในจิตใจ… …”จั่วม่อพึมพำอย่างมึนงง “นี่คลุ้มคลั่งเกินไปแล้ว!”ความเสียสติเยี่ยงนี้ ความงมงายถึงปานนี้ นี่ไม่ใช่สิ่งที่จั่วม่อเคยคิดมาก่อนภายใต้หมู่ดาว มันนั่งบนหลังคา มือถือม้วนหยกค้าง ความคิดกระเจิดกระเจิงในโลกของจั่วม่อ ไม่มีสิ่งใดทำให้มันเสียสติหรือลุ่มหลงงมงายได้ มันมีพรสวรรค์ไม่น้อยในสายเบญจธาตุ สามารถร่ำเรียนเวทวิชาได้อย่างรวดเร็ว ความคาดหวังในชีวิตของมันไม่สูงนัก มันทุ่มเทพากเพียร ร่ำเรียนและทำความเข้าใจเวทวิชาเบญจธาตุ เพียงเพื่อให้สามารถมีชีวิตที่ดีขึ้นความงมงายในกระบี่ของศิษย์พี่เหวยเสิ้ง กลายเป็นแรงบันดาลใจอันไร้คู่เปรียบในวิญญาณของมัน มันสามารถพบเห็นหยาดเหงื่อและโลหิต อยู่เบื้องหลังแต่ละตัวอักษรเหล่านั้นบางสิ่งในร่างกายมันคล้ายแปรเปลี่ยนอย่า