กินไปแล้ว มา ๆ ศิษย์พี่เชิญเข้ามาคุยกันด้านในเถอะ”ทั้งสามเดินเข้าไปยังลานกว้างเหวยเสิ้งเพ่งพิศไปรอบด้าน กล่าวอย่างชื่นชมว่า “ลานอันกว้างขวางนัก!”ส่วนสองตาของเหล่าเฮยกลับถูกตรึงอยู่ที่ทุ่งนาปราณ มันนิ่งไปชั่วครู่ ก่อนจะคร่ำครวญว่า “ไฉนข้าไม่เคยนึกถึงหนทางนี้! ที่นี่ใช่ได้รับการยกเว้นค่าเช่าหรือไม่?”จั่วม่อหัวร่อพลางตอบว่า “ข้าเพียงได้รับอานิสงค์เท่านั้น ไม่เคยทราบว่าศิษย์พี่ท่านใดเป็นผู้สร้างที่นี่ แล้วยังหักร้างถางพงทุ่งนาปราณไว้อีกห้าหมู่ แต่น่าเสียดายที่ถูกทอดทิ้งไว้นานเกินไป ระดับคุณภาพถึงกับลดลงไปหนึ่งระดับ เฮ้อ แต่ทุ่งนาปราณระดับแรกก็ยังดีกว่าไม่มีอันใดเลย”เหล่าเฮยมีสีหน้าเศร้าใจ “น่าเวทนาทุ่งนาปราณดี ๆ ต้องมาเสียเปล่า”จั่วม่อไม่กล่าววาจา มันไม่ทราบสมควรกล่าวอันใด เหล่าเฮยใช้ชีวิตอยู่กับการเพาะปลูกมายาวนาน สำหรับกับทุ่งนาปราณ มันมักจะมีความผูกพันเป็นพิเศษ“ทั้งลานบ้านล้วนแล้วแต่เป็นทุ่งนาปราณ ศิษย์น้องจั่วม่อดูท่าจะคลั่งไคล้การเพาะปลูกไม่เบา เช่นนั้นข้าสมควรมาหาไม่ผิดคนแล้ว” เหวยเสิ้งกล่าวทั้งสามนั่งลงใต้ต้นไม้ต้นเก่า จั่วม่อต้มน้ำชงชาอย่างรวดเร็ว เคล็ดอัคคีสีชาดของมันเพิ่งจะเข้าถึงขั้นที่หนึ่ง เพียงสามารถควบรวมลูกไฟเล็ก ๆ ซึ่งไม่ค่อยมีประโยชน์นัก แต่เมื่อใช้จุดไฟชงชา มันสะดวกอยู่ไม่น้อย“ศิษย์พี่หาข้าด้วยเหตุอันใด?” จั่วม่อไม่อ้อมค้อม ตรงเข้าหาจุดประสงค์หลัก “ท่านเผชิญปัญหาเช่น