าเจ้าจะทุบตีเช่นใด เจ้าไม่อาจเหยียบย่ำให้เกอศิโรราบลง!ก๊อก ก๊อก ก๊อก!เสียงเคาะประตูดังขึ้นอย่างเร่งร้อน“เสี่ยวม่อเกอ เสี่ยวม่อเกอ!”เป็นเสียงเหล่าเฮย มันไฉนมาถึงที่นี่?จั่วม่อควบคุมความหงุดหงิดในใจ ลุกขึ้น แล้วเปิดประตูพอประตูเปิดกว้างออกมา เป็นใบหน้ากร้านแดดลมของเสี่ยวเฮยดังคาด ทว่ามีบุรุษที่ไม่ค่อยคุ้นหน้าอีกผู้หนึ่งยืนอยู่ข้างมันเห็นหน้าจั่วม่อ เหล่าเฮยระบายลมหายใจอย่างโล่งอก “โชคดีที่เจ้าอยู่!”กล่าวจบมันก็แนะนำบุรุษด้านข้าง “นี่คือศิษย์พี่เหวยเสิ้ง”เหวยเสิ้ง! จั่วม่อตกตะลึงอยู่บ้าง บุรุษแปลกหน้ากลับเป็นศิษย์ลำดับแรกในหมู่ศิษย์ฝั่ายนอก นามเหวยเสิ้ง มันอดลอบมองประเมินไม่ได้คนไม่สูงนัก ไหล่บ่าหนาและกว้าง หน้าสี่เหลี่ยม คิ้วเข้มหนา คล้ายสัตย์ซื่อตรงไปตรงมา แต่ดวงตาที่สาดประกายแหลมคมออกมาเป็นบางคราว ทำให้ผู้คนไม่กล้าดูแคลนมัน“ศิษย์พี่เหวยเสิ้ง!” จั่วม่อคำนับทักทาย ศิษย์พี่เหวยเสิ้งแม้ไม่ค่อยปรากฏตัว แต่ศักดิ์ศรีของมันในหมู่ศิษย์ฝั่ายนอกสูงส่งยิ่ง หากสามารถคบหาสมาคมกับบุคคลเช่นนี้สมควรมีแต่ประโยชน์ และไม่มีข้อเสียหายอันใดเหวยเสิ้งพินิจจั่วม่อแวบหนึ่ง ก่อนจะคารวะตอบ พลางยิ้มอบอุ่นเป็นกันเอง“ศิษย์น้องจั่วม่อ งำประกายมิดชิดจริง ๆ”จั่วม่อตกใจอยู่บ้าง แต่ไม่ได้ประหลาดใจที่อีกฝั่ายค้นพบพลังฝึกตนของมัน เนื่องเพราะพลังฝึกตนของศิษย์พี่เหวยเสิ้งสูงล้ำกว่ามัน ได้แต่กล่าวถ่อมตนว่า “ศิษย์พี่ชมเชยเ