ว้าง “โอ้ ดูเหมือนสงครามกำลังจะเริ่มขึ้นอีกครั้ง”“สงคราม?” จั่วม่อไม่อาจเข้าใจได้ผูเยาก็ไม่เสียเวลาอธิบาย มันกวาดเอาอินกุยเข้าไปในแขนเสื้อ พลางกล่าวเสียงรางเลือน “สิ่งนี้เป็นของข้าแล้ว” หางเสียงยังไม่ทันจะจางลงด้วยซ้ำ มันก็หายไปพร้อมกับอินกุยสุดรักของจั่วม่อ“บัดซบ เจ้าเหรินเยาที่น่าตาย!” จั่วม่อคำรามด้วยโทสะ ดังก้องไปทั่วลานอันว่างเปล่าในเวลานี้เอง มันพลันได้ยินเสียงใครบางคนเคาะประตูจั่วม่อแปลกใจไม่น้อย เป็นผู้ใดกัน? ปกติไม่มีใครมาหามันถึงที่นี่ มันวิ่งไปเปิดประตูค่อยพบเห็นใบหน้าชวนเวทนาของเสี่ยวกั่วลอยเด่นอยู่ด้านนอกนางประคองหม้อดินเผาด้วยสองมือ พอเห็นจั่วม่อ ร่างน้อยก็ถอยกลับในฉับพลันพลางเอ่ยทักทายอย่างเหนียมอาย “ศิษย์พี่”“หนนี้เป็นปัญหาอันใด?” จั่วม่ออารมณ์ไม่ค่อยดีนักสำหรับปัญหาเล็ก ๆ น้อย ๆด้วยเหตุผลบางประการ เมื่อใดที่มันเห็นสีหน้าขลาดเขลาของเสี่ยวกั่ว มันมักจะไม่สามารถควบคุมน้ำเสียงของตัวเองไว้ได้“มิใช่ มิใช่!” เสี่ยวกั่วส่ายหน้าระรัวเหมือนลั่นกลอง รีบอธิบายว่า “เสี่ยวกั่วนำบางสิ่งมาให้ศิษย์พี่ คราวที่แล้วศิษย์พี่ช่วยเหลือเสี่ยวกั่ว แต่เสี่ยวกั่วยังไม่ได้ตอบแทนอันใด”กล่าวไปกล่าวไป ปากเล็ก ๆ ของนางก็บิดขึ้น ละไอหมอกในดวงตาเริ่มรื้น เสียงสั่นเครือปริ่ม ๆ จะร่ำไห้ นางอุบอิบเบา ๆ ว่า “เสี่ยวกั่วไม่มีจิงสือ ก็เลย… …”มันคอยลอบมองอยู่แล้ว พอเห็นเริ่มผิดท่า จั่วม่อรีบตะโกน “หยุดเดี๋