่องราวเกี่ยวกับข้าวปราณ ยังต้องแล่นออกมาชมดูอย่างไรก็ตาม สถานการณ์ย่ำแย่กว่าที่คาดไว้มาก พวกมันทั้งสามล้วนอารมณ์ไม่ดีซินหยานส่ายศีรษะ “ไม่เคยพบเห็นมาก่อน แต่มันสามารถกลืนกินพลังปราณได้ดังนั้นสมควรเป็นเผ่าอสูร… ฆ่ามันเสียเถอะ!” คำสุดท้ายเต็มไปด้วยเจตนาสังหารอันหนาวเหน็บ“ศิษย์พี่รองกล่าวถูกต้อง” กระทั่งหยานเล่อยังมิอาจรักษารอยยิ้มของมันไว้ได้ สีหน้ามันมืดครึ้ม “แต่เผ่าอสูรไม่เคยย่างกรายมาถึงภูเขาสุญตามาก่อน ไฉนอสูรน้อยนี้ปรากฏที่ภูเขาสุญตาของพวกเราได้?”“นี่ย่อมนับว่าแปลก” เผยเหยียนหรานกล่าวอย่างขบคิด สีหน้ามีเค้าความกังวล“สามพันปีที่แล้ว หลังจากทั้งสองเผ่าพันธุ์ อสูร-ปิศาจ ล่าถอยไปในครั้งนั้น ตลอดหลายพันปีมานี้ ไม่เคยได้ยินว่ามีอสูร-ปิศาจปรากฏขึ้นในดินแดนเขตปกครองโดยรอบแม่น้ำกระบี่ แต่ยามนี้กลับพบเห็นเผ่าอสูรในสำนักเรา ช่างชวนให้ผู้คนฉงนใจนัก”“ศิษย์พี่อย่าได้กังวล เพียงสังหารมันทิ้งเท่านั้น” ซินหยานตอบอย่างเยือกเย็น “อย่าว่าแต่มันเป็นเพียงเสี่ยวเยาที่ยังไม่เติบโตเต็มที่ กระทั่งต้าเยา ฮึ่ม พวกมันล้วนตกตายภายใต้กระบี่ข้าจำนวนไม่น้อย”(เสี่ยวเยา – อสูรน้อย น่าจะหมายถึงมันยังไม่ได้เติบโตพัฒนาเต็มที่ ยังไม่ค่อยมีพลังมาก ส่วนต้าเยา – อสูรใหญ่ คือพวกอสูรทั่วไปที่เติบโตแล้ว นับว่าเป็นอสูรที่แท้จริงดังนั้นในเรื่อง ถ้ามีคำว่าอสูร ปกติจะหมายถึงต้าเยา ไม่ใช่เสี่ยวเยา)หยานเล่อมีสีหน้าหวนรำลึก มันห