็วถึงขีดสุด มันพับกระดาษสีชมพูเป็นนกกระเรียน และด้วยความเร็วที่เร็วยิ่งกว่าความเร็วขีดสุดเมื่อครู่ มันประจุพลังปราณลงไป แล้วเหวี่ยงสะบัดมือจากนั้นก็มายืนตบหน้าอกอย่างกังวล ขณะที่เฝั้ามองกระเรียนกระดาษ บินลับหายไปตรงเส้นขอบฟั้าจั่วม่อรู้สึกว่าตนเองช่างอับโชคอย่างแท้จริง ไฉนตอนนั้นมันใช้การไม่ได้ จนไปเก็บกระเรียนกระดาษมหาประลัยนี่ขึ้นมา? ไฉนมันจึงตอบกลับไป?พอนึกภาพกระเรียนกระดาษฝูงใหญ่ บินร่อนลงมาจากฟากฟั้า แล้วก็ ตู้ม! ตู้ม! ตู้ม!โดยมีตัวมันเป็นศูนย์กลาง ในระยะสามหลี่เกรงว่าไม่มีอันใดหลงเหลือจั่วม่อรู้สึกหนังศีรษะชาหนึบจากนั้นเพียงครู่เดียว กระเรียนน้อยสีชมพูตัวหนึ่งบินลอดหน้าต่างเข้ามา“ฮาฮา ข้าเพียงต้องการสนทนากับท่านปูั่ของข้า อ้าห์ ชีวิต ปรัชญา ดูสิ น่าสนใจถึงเพียงไหน?จั่วม่อรีบยกธงขาว “ข้าขอยอมจำนน!”แต่ผู้อื่นทำเมินเฉย “ฮาฮา ความฝันของท่านปูั่คือสิ่งใด?”“ได้รับจิงสือ” จั่วม่อเขียนลงไปอย่างไม่เต็มใจ เต็มไปด้วยความอัปยศอดสู“ทำอันใดจึงได้รับจิงสือ?”“อันใดก็ได้ ข้าย่อมไม่สามารถถ่ายมันออกมาจากก้น” จั่วม่อตอบอย่างไม่มีอะไรจะเสียอีกแล้วก่อนที่จั่วม่อจะรู้สึกหนังศีรษะชา ในที่สุดมันก็เข้าใจ ผู้อื่นเป็นเพียงสตรีที่ถูกเลี้ยงดูมาแบบไข่ในหินผู้หนึ่ง นางเบื่อหน่ายยิ่ง เหงา อ้างว้าง และว่างเปล่ายิ่ง เห็นชีวิตเป็นเพียงผักหญ้า แต่กลับทรงพลังอำนาจอย่างผิดปกติ และตรงที่ ‘ทรงพลังอำนาจอย่างผิดปกติ’