พอหลุดพ้นจากสภาวะว่างเปล่า จั่วม่อยืนไตร่ตรองอยู่เป็นเวลานาน นี่ใช่สิ่งที่เรียกว่าช่วงเวลาแห่งการรู้แจ้งหรือไม่? มันคิดอย่างยินดี และเศร้าเสียดายอยู่บ้างและก็เป็นดังคาด เมื่อมันใช้เคล็ดสารพันพฤกษ์อีกหลายต่อหลายครั้ง ก็ไม่เหมือนเช่นครั้งแรก สภาวะว่างเปล่าไม่ได้ปรากฏขึ้นอีกแต่การร่ายรำของนิ้วทั้งสิบ กระจ่างชัดขึ้นในทุกกระบวนท่า ทั้งยังพลิ้วไหว ไหลลื่นมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งความเชื่อมโยงของการแปรเปลี่ยนกระบวนท่า กับการไหลเวียนของพลังปราณ ราวกับว่ามันได้ค้นพบเคล็ดลับชนิดหนึ่ง เมื่อนิ้วขยับ พลังปราณก็สับเปลี่ยนแปรผันตาม ทั้งคู่คล้ายผูกพันกันอย่างแนบแน่นกระบวนท่าดัชนีอันตระการตา กับผลลัพธ์อันน่าสะพรึงกลัว ทำให้บรรดาศิษย์สตรีที่ยังคงหวาดหวั่น ถึงกับหุบปากนิ่งอย่างเชื่องเชื่อจั่วม่อเองก็ไม่ได้คิดว่าผลกระทบจะรุนแรงถึงเพียงนี้เคล็ดสารพันพฤกษ์ทรงพลังอำนาจเกินกว่าที่คาดไว้ มันลอบตื่นตัวอยู่ในใจอย่างช่วยไม่ได้ ครั้งต่อไปหากมันคิดใช้เคล็ดสารพันพฤกษ์ สมควรระมัดระวังให้มากไว้หากเทียบกับสิ่งที่มันเพิ่งทำเสร็จสิ้น ขั้นตอนถัดไปยังง่ายดายกว่ามาก พวกนางเพียงต้องไถพรวนทุ่งปราณอีกครั้ง ก่อนที่จะเริ่มเพาะปลูกหญ้าปราณกระบวนการที่พวกนางใช้ปลูกหญ้าปราณ ช่วยให้มันได้เปิดหูเปิดตา จั่วม่อเห็นศิษย์สตรีผู้หนึ่งนำกระบอกไม้ไผ่ออกมาจากช่วงเอว พอเปิดจุกไม้ ไส้เดือนสีทองก็ไต่ออกมานางร่ายเวทวิชา จากนั้นไส้เดือนสีทองก