็เริ่มขุดลงไปในทุ่งปราณชั่วครู่เดียว คลื่นดินก็พลิกตลบ บิดกลิ้งไปกลิ้งมา เพียงระยะเวลาครึ่งก้านธูปมันก็หยุดลง ทุ่งปราณทั้งหมดถูกไถพรวนอย่างเรียบร้อย และที่น่าตื่นตาที่สุด คือไม่มีเศษดินกระเด็นออกจากทุ่งปราณแม้แต่ก้อนเดียวจั่วม่ออดสนใจไม่ได้ “นี่คือสัตว์อันใด? ช่างสะดวกสบายนัก!”หลี่อิงฟั่งทั้งรอบรู้ ทั้งจิตใจดีงาม นางอธิบายอย่างเป็นกันเอง “เราเรียกมันว่าไส้เดือนตลบโคลน มันไม่ใช่สินค้าระดับสูงอันใด เพียงใช้เพื่อไถพรวน แต่ได้ผลดีมากหลังจากนี้เราจะมอบให้ศิษย์น้องด้วย มันสามารถช่วยเหลือเจ้าในการเพาะปลูกข้าวปราณ”จั่วม่อยินดียิ่ง “ขอบคุณท่านมาก ศิษย์พี่หญิง!”ในทุ่งปราณที่ไถพรวนใหม่ เหล่าศิษย์สตรีเริ่มช่วยกันหว่านเมล็ดหญ้าปราณ การเพาะปลูกหญ้าปราณไม่ต้องใส่ใจมากเท่าข้าวปราณ เพียงแค่หว่านให้กระจายตัวหนาแน่น และสม่ำเสมอก็พอหลังจากเสร็จสิ้นการหว่าน จั่วม่อเห็นศิษย์สตรีผู้หนึ่งเตรียมร่ายเคล็ดเมฆฝนหล่นรินมันรีบขันอาสา “ใช่ต้องการฝนหรือไม่ ข้าจะช่วยเอง”เมื่อผู้อื่นมีน้ำใจแก่มัน มันย่อมไม่สะดวกใจจะรับสิ่งของผู้อื่นโดยมิได้ตอบแทนหลี่อิงฟั่งปลาบปลื้มยิ่ง “ได้ยินว่าเคล็ดเมฆฝนหล่นรินของศิษย์น้องไปถึงขั้นที่สามวันนี้นับว่ามีวาสนาได้ชมแล้ว”เคล็ดเมฆฝนหล่นรินเป็นเวทวิชาที่จั่วม่อช่ำชองที่สุด มันแทบไม่ต้องเตรียมตัวอันใดเพียงตวัดมือร่ายเวทวิชา หมู่เมฆก็พลันก่อตัวครอบคลุมเหนือท้องทุ่งปราณเส้นด้ายสีเงินค่อย ๆ