หลั่งรินสู่ทุ่งปราณ ในอากาศเต็มไปด้วยชีวิตชีวา ทุกผู้คนล้วนรู้สึกว่าหัวใจกลายเป็นแช่มชื่นเปียมพลังมีความแตกต่างอย่างใหญ่หลวง ระหว่างเคล็ดเมฆฝนหล่นรินขั้นที่สามกับขั้นที่สี่เมื่อหยาดฝนซาจนขาดเม็ด สายรุ้งก็พาดผ่านเหนือท้องทุ่งปราณทุกผู้คนได้แต่ทอดถอนชื่นชม ทันใดนั้นศิษย์สตรีผู้หนึ่งร้องตะโกน พลางชี้ไปทางทุ่งปราณ “สวรรค์ของข้า! พวกเจ้าดูสิ มันงอกแล้ว!”ตั้งแต่เมื่อใดมิทราบ เห็นแผ่นผืนต้นกล้าสีเขียวอ่อน ปรากฏขึ้นเต็มท้องทุ่งปราณจั่วม่อนำลูกปัดแก่นสารพืชออกมา แล้วร่ายเวทวิชาเคล็ดสารพันพฤกษ์อีกครั้งลูกปัดละลายในพริบตา กลายเป็นกระจุกด้ายสีมรกตนับไม่ถ้วน หลอมรวมลงไปในทุ่งปราณเหล่าต้นกล้าสีเขียวอ่อนในทุ่งปราณ พลันกลายเป็นสีเข้มขึ้นทันตา พวกมันพากันเติบโตอย่างน่ารื่นรมย์“ศิษย์น้องเก่งกาจสมคำร่ำลือ!” หลี่อิงฟั่งยกย่องอย่างจริงใจศิษย์น้องผู้ไม่เป็นที่รู้จักผู้นี้ ช่างมีความสามารถไม่สิ้นสุด และมักจะทำให้นางประหลาดใจอย่างไม่คาดฝันอยู่เสมอ นางยังค้นพบว่า ไม่ว่าจะเป็นเคล็ดวิชาใดที่จั่วม่อใช้ออกมา ล้วนแล้วแต่มีความแตกต่างอย่างใหญ่หลวงกับสิ่งที่นางเคยได้ยินได้ฟังไฉนมันปกปิดตัวเองไว้? หลี่อิงฟั่งนึกถึงคำถามเดิมอีกครั้งเคล็ดสารพันพฤกษ์ผสานกับเคล็ดเมฆฝนหล่นริน ได้ผลดีอย่างโดดเด่นประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น หลี่อิงฟั่งไม่สนใจว่าจั่วม่อจะใช้วิธีการใด นางเพียงหวังว่าจะสามารถผลิตหญ้าปราณได้ในเร็ววันเพื่อเพิ่ม