งเกตการณ์ดู ถ้าหากโรคประหลาดเกิดระบาดขึ้นมาจริงเกรงว่าแม้แต่ทุ่งนาปราณห้าสิบหมู่ของมัน ก็จะพลอยได้รับผลกระทบไปด้วยมีผู้คนมากมายอยู่รอบ ๆ ทุ่งนาปราณที่เชิงเขา จั่วม่อค้นพบเหล่าเฮยในการเหลือบมองแวบเดียว ใบหน้าดำ คล้ำของเหล่าเฮย ยามนี้ซีดเผือดจนแทบไม่มีสีเลือด ดวงตามันว่างเปล่า เลื่อนลอย และสิ้นหวังสภาพของทุ่งนาปราณที่จั่วม่อเองเป็นผู้เสกเรียกฝนให้ ยามนี้เพียงพอจะทำให้มันผวาเห็นต้นข้าวปราณเหี่ยวเฉาเกือบทั้งหมด ส่วนใบและลำต้นเต็มไปด้วยพลังงานสีดำทะมึน ไม่ว่าผู้ใดเห็นสภาพเช่นนี้ ย่อมแน่ใจได้ว่าข้าวปราณเหล่านี้ จะไม่มีต้นใดเหลือรอดไปได้อย่างแน่นอน เหล่าศิษย์พี่น้องหลายคนรวมตัวกันอยู่ที่ชายขอบของทุ่งนาปราณ พวกมันจับกลุ่มสนทนาเสียงแผ่วเบา แต่ละเสียงเต็มไปด้วยความวิตกกังวล“ศิษย์พี่กัวมาแล้ว! ศิษย์พี่กัวมาแล้ว!”เสียงบางคนโห่ร้องขึ้นในฝูงชน ดวงตาสิ้นหวังของเหล่าเฮยเริ่มมีประกาย มันรีบตะกายขึ้นจากพื้นเคล็ดทองคำคร่ำคร่าของศิษย์พี่กัวหลู ลึกล้ำช่ำชองที่สุดในสำนัก มันบรรลุขั้นที่สองตั้งแต่หลายปีที่แล้ว ข่าวล่าสุดยังกล่าวว่ามันกำลังจะเข้าสู่ขั้นที่สามในไม่ช้า ตลอดมาหากพบโรคประหลาดที่รักษาไม่หายเกิดขึ้นกับข้าวปราณ ทุกผู้คนล้วนเรียกหาศิษย์พี่กัวหลู และมันก็ไม่เคยทำให้ผิดหวัง หลายต่อหลายครั้งที่มันสามารถช่วยเหลือข้าวปราณ ที่ผู้อื่นเห็นว่าหมดหวังแล้วเอาไว้ได้ศิษย์พี่กัวหลูเดินเท้าเปล่า สวมกางเกงขาสั้น