ใบหน้าเต็มไปด้วยริ้วรอย ดูเผิน ๆคล้ายชาวนาเฒ่าผู้หนึ่ง เมื่อมันพบเห็นทิวแถวข้าวปราณที่เหี่ยวเฉา มันอดหน้าแปรเปลี่ยนวูบหนึ่งไม่ได้ ก่อนจะกลับเป็นปกติในพริบตาการเปลี่ยนแปลงของสีหน้าวูบหนึ่งนี้ ที่จริงเล็กน้อยมาก แต่จั่วม่อกลับบังเอิญสังเกตพบคราแรกที่มันเห็นทุ่งนาปราณอันเหี่ยวเฉา มันก็บังเกิดความรู้สึกไม่ดีอยู่แล้ว ยามนี้เมื่อพบว่าสีหน้าของศิษย์พี่กัวหลูถึงกับแปรเปลี่ยน ลางสังหรณ์อันเลวร้ายในใจยิ่งรุนแรงขึ้น ตั้งแต่ที่เคล็ดทองคำคร่ำคร่าของมันก้าวหน้าครั้งใหญ่ มันก็เข้าใจสิ่งต่าง ๆ มากขึ้นหากเป็นเพียงศัตรูพืชธรรมดา ใบที่เหี่ยวเฉาของต้นข้าวปราณจะไม่เจือสีดำเช่นนี้ สีดำนี้ประหนึ่งเถ้าสีดำแห่งความตาย บันดาลให้หัวใจเต้นระรัวด้วยความหวาดผวาเหล่าเฮยแทบจะถลาไปเบื้องหน้าศิษย์พี่กัวหลู มันตะโกนเสียงบีบหัวใจ “ศิษย์พี่ช่วยข้าด้วย!”เห็นสีหน้าสิ้นหวังของเหล่าเฮย กัวหลูสีหน้าเด็ดเดี่ยวขึ้น มันกล่าวอย่างเคร่งขรึม“ข้าจะทำเท่าที่ทำได้!”จากนั้นมันเดินเข้าไปในทุ่งนาปราณ สายตาทุกคู่รวมตัวกันบนร่างมัน ไม่มีผู้ใดสนทนากัน ทุกผู้คนล้วนจ้องเขม็ง จดจ่ออยู่กับทุกย่างก้าวที่ศิษย์พี่กัวย่ำเข้าไปในทุ่งนาปราณศิษย์พี่กัวหลูสีหน้าดูน่ากลัว มันเดินตรงไปยังข้าวปราณที่เหี่ยวแห้ง นั่งคุกเข่าลงพินิจพิเคราะห์ทุกส่วนของข้าวปราณอย่างตั้งอกตั้งใจ มันยังฉีกใบที่เหี่ยวแห้งเจือสีดำออกมาดู แล้วดม การตรวจตราของมันละเอียดลออยิ่ง มั