หากเป็นก่อนที่ทั้งคู่จะได้ประมือกัน หลี่อิงฟั่งอาจจะยังกังขาในตัวมันอยู่บ้าง แต่ยามนี้ข้อสงสัยของนางลดน้อยลงมาก ด้วยพลังฝึกตนด่านเลี่ยนชี่ขั้นที่แปด มันสามารถยืนอยู่หัวแถวในหมู่ศิษย์ฝั่ายนอก ศิษย์น้องผู้นี้ยังเป็นเช่นเดียวกับศิษย์น้องคนอื่น ๆ มันเลือกเพาะปลูกข้าวปราณจั่วม่อพยักหน้า “พลังชีวิตของวัชพืชนี้เข้มแข็งยิ่ง หากข้าคาดเดาไม่ผิด การตัดมันทิ้งไม่ใช่วิธีที่ดี บาดแผลจะกระตุ้นให้มันยิ่งงอกงาม หรืออาจกล่าวได้ว่า ยิ่งตัด ยิ่งถากถาง มันจะยิ่งเติบโตแพร่พันธุ์เร็วขึ้น”เหล่าศิษย์สตรีหันไปซุบซิบวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างรวดเร็วหลี่อิงฟั่งพลันเข้าใจอย่างแจ่มแจ้ง “ที่แท้นั่นก็คือเหตุผล! ไม่ต้องสงสัยเลยว่ามันงอกงามขึ้น งอกงามขึ้น จนชวนผวา เช่นนั้นหากขุดรากถอนโคนมันเสีย สามารถแก้ไขได้หรือไม่?”จั่วม่อกล่าวอย่างครุ่นคิด “หากเป็นตอนแรก วิธีนี้สมควรไม่มีปัญหาอันใด แต่สำหรับยามนี้ เกรงว่าในดินคงเต็มไปด้วยเมล็ดของพวกมันแล้ว ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะขุดรากคอนโคนให้สิ้นซาก”“เช่นนั้น ศิษย์น้องมีคำแนะนำดีงามอันใด?”“ข้าคงต้องกลับไปคิดดูเสียก่อน” จั่วม่อตอบหลี่อิงฟั่งหยิบถุงผ้าเล็ก ๆ ออกมายื่นส่งให้จั่วม่อจั่วม่อรับถุงผ้ามาอย่างงุนงง เมื่อเปิดออกดู มันก็อ้าปากค้าง มีจิงสือระดับสองจำนวนห้าชิ้นอยู่ภายในถุง“นี่สำหรับการล่วงเกินศิษย์น้องในวันนี้ ข้าเสียใจจริง ๆ จิงสือเหล่านี้หวังว่าจะช่วยชดเชยความตื่นตระหนกของศิษย