ศิษย์พี่พิลึกผู้นี้ มิทราบปรากฏออกมาจากที่ใด แม่นางน้อยหวาดกลัวมันอย่างเห็นได้ชัด นางจึงเล่าเรื่องราวอย่างสัตย์ซื่อ “มีหญ้าแปลกประหลาดเติบโตขึ้นในทุ่งปราณเสี่ยวกั่วพยายามแล้ว พยายามอย่างหนักจริง ๆ แต่มันก็ยังเติบโตขึ้น โตขึ้นเร็วมากต้นหญ้ากระบี่เขียวน่าเวทนานัก มันผอมลง ผอมลง เติบโตช้ายิ่ง”(เสี่ยวกั่ว- เสี่ยวแปลว่าน้อย กั่วแปลว่าผลไม้ แปลรวมๆ ก็คือ กั่วน้อยหรือยัยผลไม้น้อย แต่กั่วคำนี้ยังมีอีกความหมายที่น่าสนใจคือ เด็ดขาด)เห็นแม่นางน้อยเล่าไปเล่าไป เสียงก็เบาลง เบาลง สุดท้ายกลายเป็นงึมงำไม่พ้นริมฝีปาก จั่วม่อรีบขัดขึ้นทันควัน “พอแล้ว!”แม่นางน้อยตะลึงลานอีกครา นางเงยหน้าขึ้น หมอกน้ำตาปริ่มจนแทบหยด เหม่อมองจั่วม่ออย่างสับสนจั่วม่อลุกขึ้นยืน ตบไล่ฝุั่นเบา ๆ พลางกล่าวว่า “ไปกันเถอะ”ใบหน้าของแม่นางน้อยเต็มไปด้วยคำถาม อึกอักอยู่ครู่หนึ่ง ค่อยเอ่ยถามอย่างขลาดเขลา “ไปยังที่ใด?”อาการขลาดกลัวบนใบหน้านาง ทำให้จั่วม่อเสียสติได้เสมอ โทสะที่เพิ่งจะสงบลงเริ่มปะทุขึ้นอีกครั้ง มันกล่าวอย่างอดกลั้นสุดชีวิต “หยุดกล่าวไร้สาระ! ไปยังที่ใดข้าจะบอกเจ้าเอง!”สงบใจไว้ สงบใจไว้ ไม่มีประโยชน์อันใดที่จะถกเถียงกับเด็กหญิงน้อย จั่วม่อย้ำเตือนตัวเองมันปรับน้ำเสียงให้อ่อนลง พยายามทำตัวให้ดูเยือกเย็น “ไปยังทุ่งปราณของเจ้า”สำนักกระบี่สุญตาอาจเป็นเพียงสำนักเล็ก ๆ แต่ต่อให้เป็นนกกระจอกตัวเล็ก ๆ ก็ยังมีอวัยวะครบถ้วนสมบ