่นสารพืชใส่อกเสื้ออย่างระมัดระวัง และพร้อมจะจากไปลูกปัดแก่นสารพืช จำเป็นต้องปลดปล่อยสู่ทุ่งนาปราณภายในสามชั่วยาม โดยใช้วิธีการพิเศษเฉพาะของเคล็ดสารพันพฤกษ์ หากปล่อยไว้นานเกินกว่านั้น มันจะค่อย ๆกระจายหายไปออกมาพ้นจากแนวปั่า มันเดินไปตามเส้นทางภูเขา มุ่งหน้ากลับไปยังบ้านของมันทันใดนั้น พลันได้ยินเสียงร่ำไห้ของอิสตรีสตรี?แน่นอนว่า อย่าว่าแต่จะหยุดดู จั่วม่อไม่ได้ผ่อนฝีเท้าลงด้วยซ้ำ แต่พอมันเดินรุดหน้าต่อ มิคาดเสียงสะอื้นร่ำไห้กลับยิ่งดังขึ้นศิษย์สตรีของสำนัก ส่วนใหญ่อยู่ที่คอกสัตว์ รับผิดชอบหน้าที่เลี้ยงสัตว์ปราณ จั่วม่อไม่เคยคบหาสมาคมกับพวกนาง อีกทั้งมันไม่ต้องการเพิ่มปัญหา ดังนั้นเตรียมจะอ้อมทางไปทันใดนั้น ไม่เพียงได้ยินเสียงร่ำไห้ของศิษย์สตรีนั้น นางยังพึมพำคร่ำครวญ “ฮือ ฮืออออ ท่านแม่… …”จั่วม่อชะงักเท้ากึก ส่วนที่นุ่มนวลสักแห่งในหัวใจ คล้ายถูกกระแทกอย่างรุนแรงอยู่บ้างท่านแม่… …ความคุ้นเคยอันแปลกประหลาดพลุ่งขึ้นในหัวใจมันอีกครั้ง.บัดซบ! มันก่นด่าในใจ มันเกลียดความรู้สึกนี้ ทุกครั้งที่ความคุ้นเคยอันแปลกประหลาดปรากฏขึ้น หัวใจมันคล้ายตีบตัน อึดอัดขัดข้องอย่างบอกไม่ถูก ก่นด่าก็ได้เพียงแค่ก่นด่า แต่ความคิดในหัวมันยังคงปันปั่วน สับสนจนควบคุมไม่อยู่ข้าคือผู้ใด? บ้านเกิดเมืองนอนข้าอยู่ที่ใด? แล้วมารดาข้าเล่า?จั่วม่อทั้งหงุดหงิด ทั้งไม่เต็มใจ ขณะที่สองเท้าพามันมุ่งหน้าไปยังเสียงร่ำไห้ตาม