สัญชาตญาณเดินเข้าไปเพียงไม่กี่ก้าว มันเห็นศิษย์สตรีผู้หนึ่งขดตัวอยู่หลังก้อนหิน ใบหน้ารูปผลผิงกว่อ(แอปเปิล) ปกคลุมด้วยน้ำตา ลักษณะท่าทางน่าเวทนายิ่ง นางขดตัวเหมือนลูกแมวไหล่สั่นเป็นระลอกด้วยแรงสะอื้น“ร่ำไห้ด้วยเหตุใด เหตุใดจึงร่ำไห้? ช่างน่ารำคาญนัก!” จั่วม่อดุอย่างอารมณ์เสียพลางกระแทกนั่งลงผู้อื่นคล้ายแมวที่ตื่นกลัว นางผวาถอยหลัง แต่เมื่อนางพบเห็นชุดศิษย์ฝั่ายนอกบนร่างจั่วม่อ ความหวาดหวั่นในดวงตาค่อยจางลงบ้าง ด้วยเสียงเจือสะอื้น นางกล่าวอย่างขลาดกลัว “ขออภัย ศิษย์พี่… …”ได้ยินเสียงขลาดเขลาของผู้อื่น จั่วม่ออารมณ์เสียมากขึ้น “ขอโทษผายลมอันใด เจ้าร่ำไห้มิได้เกี่ยวข้องอันใดกับข้า แต่มันน่ารำคาญเหลือเกิน” มันค่อยรู้สึกตัวว่าท่าทีของตนรุนแรงเกินไป พยายามสะกดข่มความหงุดหงิดในใจ แล้วถามอย่างอดกลั้น “กล่าวมาเกิดเรื่องอันใดขึ้น?”“ไม่มีอันใด… …” ผู้อื่นตอบด้วยเสียงเบาหวิวราวกับเสียงยุงจั่วม่อไฟโทสะลุกฮือในใจ เสียงมันยกระดับขึ้นในฉับพลัน และขัดจังหวะอย่างใจร้อน “ข้าบอกให้เจ้าพูด!”แม่นางน้อยเห็นได้ชัดว่าหวาดผวาต่อมัน ศิษย์พี่หน้าท่อนไม้ผู้นี้น่ากลัวยิ่ง! นางชะงักเสียงร่ำไห้ พลางตอบตามสัญชาตญาณ “หญ้ากระบี่เขียวไม่เพียงพอให้อาเปั่ากิน แล้วก็ยังผู้อื่นด้วย”(อาเปั่า- คำว่า อา มักใช้เรียกคนที่รักใคร่หรือสนิทสนม เปั่าแปลว่าสมบัติ)“อาเปั่าคือผู้ใด?” จั่วม่อถามพลางจ้องนางเขม็ง“อาเปั่า… … อาเปั่าก็คื