ง จึงให้ความเคารพต่อดรุณีน้อยนางหนึ่งกันเล่า(ปรมาจารย์ปั่าแดง – เป็นคนเดียวกับเจ้าของเรือบินในตอนที่สอง)ดรุณีนั้นคล้ายจะล่วงรู้แต่แรก ว่ามีผู้คนอยู่เบื้องหลังนาง จึงมิได้มีท่าทีแปลกใจอันใดนางหัวร่อคิกคัก “ใช่แล้ว ใช่แล้ว เป็นบุคคลอันน่าสนใจยิ่ง พลังฝึกตนของมันยังไม่ถึงด่านจู้จีขั้นกลางด้วยซ้ำ แต่มันสามารถต่อสู้กับ[คำสาปหัวใจปิศาจ] ที่เซียนเอ๋อร์ใช้ถึงพลังยี่สิบในร้อยส่วนได้ ช่างเข้มแข็งอย่างแท้จริง”(เซียน- คำเดียวกับเทพเซียนที่เราคุ้นเคยกัน ก็แปลว่า เซียน หรือเทพ หรือนางเซียนนั่นเอง ส่วนเอ๋อร์แปลว่าหนู ก็คือหนูเซียน น่าจะใช้เป็นชื่อเล่นด้วย)“โอ้” ชื่อเหย่เจินเหรินสีหน้าเปลี่ยนไป “นับเป็นหยกดิบชั้นดีไม่น้อย” จากนั้นมันก็รำพึง “ทำเยี่ยงไรจึงจะชักนำมันเข้าสู่สำนักได้…”เซียนเอ๋อร์หันหน้าไปทางหน้าต่าง ดวงตานางทั้งลึกล้ำ และห่างไกล “ท่านย่อมทราบ บนหนทางของการฝึกตน นอกเหนือจากพรสวรรค์แต่กำเนิด ความโชคดีก็สำคัญยิ่ง เหล่าศิษย์ในสำนักเรา มากมายหลายพันคน ผู้ใดไม่ได้มีพรสวรรค์แต่กำเนิด แต่มิต้องกล่าวถึงมหาวิถีแล้ว กระทั่งแค่ด่านจินตัน มีกี่คนที่สามารถบรรลุถึง?”จากนั้นนางพลันเดาะลิ้น กล่าวอย่างซุกซน “แทนที่จะเป็นเช่นนั้น มิสู้ให้มันอยู่เป็นเพื่อนแก้เบื่อให้เซียนเอ๋อร์เถอะ”ชื่อเหย่เจินเหรินหัวร่อเบา ๆ น้ำเสียงมีร่องรอยของการตามใจ “แล้วแต่เจ้าต้องการเถอะ แต่ในเมื่อเจ้าถูกอกถูกใจมัน เหตุใดเราไม่พั