ามได้ผ่านพ้นไปแล้ว จั่วม่อไม่ได้รับประทานตลอดทั้งคืนทั้งยังจรดจดจ่ออยู่ตลอดสามชั่วยาม มันหิวจนไส้กิ่ว หน้าอกผอมๆ ยุบแฟบเกือบติดกระดูกสันหลัง มันแทบจะเหินบินกลับไปยังบ้านของตน แล้วรีบหาสิ่งของรับประทานเพื่อเติมเต็มกระเพาะของมันรับประทานแล้วเสร็จ ยังไม่ทันจะได้เช็ดปาก แสงกระบี่สายหนึ่งพลันพุ่งวาบลงมาจากฟากฟั้า แล่นลงที่ลานบ้าน อาคมหวงห้ามที่มันติดตั้งไว้รอบ ๆ ไม่มีปัญญาต่อต้านผู้บุกรุกแม้สักแวบเดียว ได้แต่ระเบิดไปเองอย่างน่าสมเพชบุรุษหนุ่มสีหน้าเย็นเยียบผู้หนึ่ง ปรากฏกายอยู่เบื้องหน้าจั่วม่อจั่วม่อรีบกลืนคำบริภาษที่ขึ้นมาถึงปาก กลับลงกระเพาะไป มันหัวใจเต้นระรัวแทบกระดอน ลมบ้าบออันใดนำเจ้าเทพมรณะผู้นี้มาเยือนถึงที่นี่ได้?มันยังไม่ทันจะคำนับทักทาย ก็ได้ยินอีกฝั่ายแค่นเสียง “เจ้าคือจั่วม่อ?”“จั่วม่อคารวะศิษย์พี่หลัวหลี! (เสาะหาแยกจาก)” จั่วม่อน้ำเสียงนอบน้อมยิ่ง พลางค้อมคำนับลงต่ำยิ่งศิษย์พี่หลัวหลีผู้นี้อาจเพียงรั้งลำดับสี่ในบรรดาศิษย์ฝั่ายใน แต่พลังฝึกตนของมันกลับล้ำลึกที่สุดในหมู่ศิษย์รุ่นนี้ทั้งหมด มันนิสัยเย็นชาและคลั่งไคล้วิชายุทธ์ พรสวรรค์แต่กำเนิดเด่นล้ำเกินใครในหมู่ศิษย์รุ่นที่สอง และเป็นศิษย์เพียงคนเดียวที่ฝึกฝน[เคล็ดกระบี่เวิ้งว้าง]สำเร็จ นอกจากนี้มันยังได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง ว่าอาจเป็นบุคคลเดียวในรอบสองร้อยปี ที่จะสามารถบรรลุเคล็ดวิชาที่หายไปของสำนัก [เคล็ดกระบี่สุญตา