] ซึ่งเป็นเคล็ดวิชาที่ร้ายกาจที่สุดในประวัติศาสตร์สำนักหลัวหลีมีชื่อเสียงโด่งดังพอ ๆ กันทั้งด้านพรสวรรค์แต่กำเนิด และอารมณ์อันแปรปรวนของมัน มันรับผิดชอบดูแลเหมืองของสำนัก เล่าลือกันว่า หากทาสฝึกตนที่ทำเหมืองเกิดหย่อนยานขึ้นมาสักเล็กน้อย มันจะสังหารทิ้งในกระบี่เดียวหลัวหลีคร้านกระทั่งจะกล่าววาจาสักคำ มันพลันหายวูบไปอยู่ด้านหลังจั่วม่อ แล้วทะยานร่างขึ้น คว้าคอจั่วม่อเหาะเหินไปพร้อมกันจั่วม่ออาจอ้างตัวว่าเป็นคนแรกในบรรดาศิษย์ฝั่ายนอก ที่เป็นเจ้าของพาหนะบิน แต่นี่เป็นครั้งแรกที่มันต้องเผชิญกับการเหาะเหินอย่างรวดเร็ว มันรู้สึกเพียงท้องฟั้าและแผ่นดินหมุนคว้าง ลมที่ปะทะหน้ารุนแรงจนเจ็บแสบ ทั้งไม่อาจลืมตาขึ้นได้เมื่อสองเท้าของมันแตะพื้น จั่วม่อเข่าอ่อนจนเกือบทรุด“ที่แท้มันมีใบหน้าเยี่ยงผีดิบจริง ๆ”จั่วม่อผู้เพิ่งจะฟืนตัวจากอาการวิงเวียน ได้ยินวาจานี้เข้า พลันบังเกิดความรู้สึกไม่ดีต่อเจ้าของวาจาในทันทีเห็นสตรีเยาว์วัยในอาภรณ์สีเขียวผู้หนึ่ง กำลังพินิจมันอย่างสนอกสนใจ คางของนางเรียวแหลม โหนกแก้มนูนสูงอยู่บ้าง นางแม้กำลังแย้มยิ้ม แต่ในดวงตาหาได้มีร่องรอยของความอบอุ่นไม่สายตาของนางทำให้จั่วม่ออึดอัดยิ่ง แต่มันไม่กล้าไม่พอใจแม้แต่น้อย ได้แต่รีบค้อมคำนับอย่างอ่อนน้อม “คารวะศิษย์พี่หญิงห่าว!”ศิษย์พี่หญิงห่าวหมิ่น (ห่าวเป็นแซ่ หมิ่นแปลว่าคล่องแคล่ว ว่องไว) กับศิษย์พี่หลัวหลี เป็นศิษย์ของอาจารย์อา