หยานเล่อ ว่ากันว่าศิษย์พี่หลัวหลีหลงใหลในตัวนาง ดูท่าข่าวลือจะมิใช่ไร้เหตุผลเสียแล้ว“ข้าได้ยินว่าเคล็ดเมฆฝนหล่นรินของเจ้าอยู่ที่ขั้นสามใช่หรือไม่?” ห่าวหมินถามขณะที่จ้องมองด้วยสายตาทิ่มแทง“ใช่แล้วศิษย์พี่หญิง”“ประเสริฐยิ่ง” นางกล่าวอย่างพออกพอใจ “ข้าจะออกจากสำนักสักระยะหนึ่งในช่วงเวลานี้สวนยามอบให้เจ้าดูแลชั่วคราว”จั่วม่อไม่มีโอกาสได้เอ่ยปากแม้สักครึ่งคำ ขณะที่นางโยนจี้หยกให้มัน พร้อมกับกล่าวอย่างเย็นชา “นี่คือจี้หยกที่สามารถอนุญาตให้เจ้าเข้าไปในสวนยาสมุนไพร จงเสกเรียกฝนให้พวกมันวันละครั้ง จนกว่าข้าจะกลับมา ในช่วงเวลานี้เจ้าต้องดูแลสวนยาให้ดี”กล่าวถึงตอนนี้น้ำเสียงของนางก็ดุดันขึ้น “อารมณ์ข้าไม่สู้ดีนัก ดังนั้นขอกล่าววาจาไม่น่าฟังเสียก่อน หากเกิดสิ่งใดขึ้นกับสวนยา เมื่อกลับมา ข้าจะไม่ยกโทษให้เจ้าเป็นอันขาด”กล่าวจบก็คร้านกระทั่งจะมองหน้าจั่วม่อ นางหันไปหาหลัวหลี คล้องแขนมัน พลางแย้มยิ้มเบิกบานปานบุปผา และกล่าววาจานุ่มนวลดุจสายน้ำ “ศิษย์พี่ ไปกันเถิด”มีร่องรอยความอบอุ่นสายหนึ่งบนใบหน้าของหลัวหลี มันเหลือบมองจั่วม่อแวบหนึ่งแล้วแค่นเสียงอย่างเย็นชา จากนั้นทั้งคู่ก็เหาะเหินขึ้นไปในเวหาจั่วม่อมือถือจี้หยก ยืนแข็งทื่อ เหม่อมองไปยังจุดที่ทั้งคู่ลับหายไปในท้องฟั้าเมื่อพบพานเคราะห์หามยามร้าย กระทั่งดื่มน้ำยังติดซอกฟัน จั่วม่อไหนเลยจะเคยคาดคิด ว่ามันจะโชคร้ายถึงปานนี้เหล่าศิษย์ฝั่ายนอกไม่มีผู