การเสกเรียกน้ำฝนให้กับพื้นที่ห้าสิบหมู่ เป็นปริมาณงานที่หนักหนาสาหัสเอาการแม้กระทั่งสำหรับใครบางคนเช่นจั่วม่อ ผู้บรรลุด่านเลี่ยนชี่ขั้นที่เจ็ดปาดเหงื่อบนหน้าผาก จั่วม่อกล่าวด้วยสีหน้าไร้ความรู้สึก “เสร็จสิ้นเสียที เหน็ดเหนื่อยแทบตายแล้ว”เหล่าเฮยยกนิ้วโปั้งให้อย่างร่าเริง “ม่อเกอ เคล็ดเมฆฝนหล่นรินของเจ้าเหนือล้ำสมคำร่ำลือ” กล่าวจบก็ทรุดนั่งยอง ๆ ตรวจสอบการเจริญเติบโตของต้นข้าวปราณ สีหน้าเต็มไปด้วยความเบิกบานใจจั่วม่อรับฟังคำเยินยออย่างสบายใจ ข้าวปราณของเหล่าเฮยได้รับการดูแลอย่างแข็งขันมาตั้งแต่เริ่มเพาะปลูก จากการสังเกตของมัน ผลผลิตในปีนี้สมควรดีงามไม่น้อย เมื่อรวมกับน้ำฝนที่มันเสกเรียกให้ ผลผลิตจะเพิ่มพูนอีกสักยี่สิบจากร้อยส่วน ไม่น่าเป็นปัญหา สำหรับค่าจ้างของมันจั่วม่อจะได้รับสิบส่วน ซึ่งเป็นผลกำไรที่ไม่เลวเลยทีเดียวแต่ด้วยเหตุผลบางประการ ครั้นจั่วม่อเห็นสีหน้าปลาบปลื้มเปียมศรัทธาของเหล่าเฮย ในยามที่จ้องมองทุ่งข้าวปราณ ตัวมันเองพลันรู้สึกไม่ยินดีขึ้นมาเหล่าเฮยเป็นศิษย์ฝั่ายนอกของสำนักกระบี่สุญตามาร่วมยี่สิบปี พลังฝึกตนของมันย่ำแย่ยิ่ง ดังนั้นมันจมปลักกับการเพาะปลูกพืชปราณในสำนักมายี่สิบปีเต็มค่าเช่าทุ่งนาปราณสามารถชำระด้วยเม็ดข้าวปราณ แต่ละปีพวกมันต้องมอบข้าวปราณให้แก่สำนัก และได้รับแต้มคุณูปการ จากนั้นจะได้รับคุณสมบัติต่อเนื่อง เพื่ออาศัยอยู่ในฐานะศิษย์ฝั่ายนอกของสำนักต่อไป แต่ห