ผู้คนไม่มากที่สามารถเรียนรู้มันได้อย่างสมบูรณ์” ฟูั่จินกล่าวอย่างจริงจัง “อาศัยเคล็ดเมฆฝนหล่นรินขั้นที่สามของม่อเกอท่าน เหตุใดไม่เจาะจงซื้อเวทวิชาสายวารีธาตุเล่า? อย่าเพิ่งตำหนิว่าข้าแส่มากความ ข้าเพียงแต่พบเห็นมาหลายปี และเข้าใจดี ว่าหากฝึกฝนวิชาเดียวจนเชี่ยวชาญแล้วไซร้ ก็เพียงพอที่จะเอาชนะได้ทั้งหมด”จั่วม่อตอบอย่างเคร่งขรึม “ขอบใจเจ้ามาก ฟูั่เสี่ยวเกอ” (พี่ชายน้อยฟูั่ – เสี่ยวเกอเป็นคำเรียกคนอายุน้อยกว่าแบบยกย่อง)ฟูั่จินห่วงกังวลแทนมัน มันย่อมเข้าใจดีเห็นจั่วม่อยังคงเด็ดเดี่ยว ฟูั่จินก็มิได้เซ้าซี้ร่ำไร เพียงยื่นส่งม้วนคัมภีร์หยกให้แก่มัน“เช่นนั้นมาว่าราคาเถอะ ยี่สิบชิ้นจิงสือระดับสองเป็นอย่างไร?”จั่วม่อก็มิได้รีรอขัดข้อง ยื่นจิงสือส่งให้อย่างตรงไปตรงมายี่สิบชิ้นของจิงสือระดับสองถือได้ว่าเป็นการค้าครั้งสำคัญ ฟูั่จินอารมณ์ดีขึ้นมากแย้มยิ้มไม่หุบปากพลางกล่าวกระเซ้าว่า “ม่อเกอท่าน หากสามารถเรียนรู้เวทวิชาในคัมภีร์เล่มนั้นทั้งหมด ท่านอาจกลายเป็นเกษตรกรปราณอย่างแท้จริง เมื่อถึงเวลานั้นอย่าลืมน้องชายผู้นี้ก็แล้วกัน”จั่วม่อหัวร่อ มันโบกมือด้วยสีหน้าไร้ซึ่งอารมณ์ “ขอบใจสำหรับวาจารื่นหูของเจ้า ฟูั่เสี่ยวเกอ แต่หากต้องการเป็นเกษตรกรปราณ จะต้องฝึกฝนเวทวิชาสายธาตุที่แตกต่างกันสามธาตุ แต่ละวิชายังต้องบรรลุถึงขั้นที่สาม นั่นหาได้ง่ายดายไม่”จิงสือส่วนใหญ่ของมันถูกใช้เกือบหมดแล้ว แต่จั่วม่อไม่ได