างตอบกลับไปว่า “ไม่ลืม ไม่ลืม อย่าได้กังวลไปพรุ่งนี้ก็จะถึงตาเจ้าแล้ว”จั่วม่อร่างผอมบางดุจลำไม้ไผ่ อาภรณ์สีม่วงของศิษย์ฝั่ายนอกที่คลุมร่างจึงหลวมโพรก ตรงกันข้ามกับวาจาที่โต้ตอบอย่างไหลลื่น กลับเป็นใบหน้าแข็งทื่อประหนึ่งผีดิบที่ทั้งดำคล้ำและมืดมนใบหน้าผีดิบแข็งทื่อของจั่วม่อเป็นสัญลักษณ์ประจำตัวมัน เมื่อแรกเริ่มผู้คนล้วนพากันหลบเลี่ยง แต่ต่อมาก็ค่อยๆ ค้นพบสิ่งอื่นนอกเหนือจากใบหน้าอัปลักษณ์ ค่อยทราบว่านิสัยใจคอของเจ้าหน้าผีดิบล้วนดีงาม ทำให้ผู้คนกล้าคบหาสมาคมกับมันมากขึ้นหลังจากผ่านไปสองปี มันกลับเป็นผู้ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในบรรดาศิษย์ฝั่ายนอกทั้งมวลเหล่าเฮยหน้าระรื่น ปากก็รีบยกยอเป็นการใหญ่ “ประเสริฐ ประเสริฐ ประเสริฐยิ่ง!ม่อเกอ ความเชี่ยวชาญในเคล็ดวิชาของเจ้าช่างลึกล้ำ ข้าเหล่าเฮย เกิดมาไม่เคยพบเห็นฝีมือเช่นนี้มาก่อน”เคล็ดเมฆฝนหล่นรินของจั่วม่อมิใช่ธรรมดาสามัญ มันเป็นผู้เดียวในบรรดาศิษย์ฝั่ายนอกที่บรรลุถึงเคล็ดเมฆฝนหล่นรินขั้นที่สาม ด้วยฝีมือเช่นนี้ จึงเกือบจะผูกขาดสัญญาในการเรียกฝนให้ไร่นาปราณทั้งหมดของสำนักอันที่จริงเคล็ดเมฆฝนหล่นรินหาใช่เวทวิชาที่ซับซ้อนแต่อย่างใด แทบทุกผู้คนล้วนเรียนรู้เวทวิชานี้ ประโยชน์หลัก ๆ คือใช้เสกเรียกน้ำฝนสำหรับไร่นาปราณ ไม่ว่าผู้ใดก็สามารถบรรลุระดับแรกได้ภายในสามวันห้าวัน ระดับที่สองก็ยังถือว่าง่ายดาย สามารถสำเร็จได้ภายในไม่เกินปีสองปี แต่เริ่มจา