กระดับที่สามจะต้องใช้ความสามารถเฉพาะตัวในการรู้แจ้ง ในบรรดาศิษย์ฝั่ายนอกทั้งหมดของสำนักกระบี่สุญตา มีเพียงจั่วม่อที่เข้าใจและฝึกฝนสำเร็จหลังจากเคล็ดเมฆฝนหล่นรินบรรลุถึงขั้นที่สาม ประสิทธิผลจะเพิ่มขึ้นอีกระดับชั้นสามารถเพิ่มผลผลิตธัญพืชปราณและพืชผักปราณให้สูงขึ้นมาก ด้วยเหตุนี้เองหลังจากประสบความสำเร็จในขั้นที่สาม สถานะในสำนักของจั่วม่อก็สูงขึ้นด้วย คำเรียกหาก็เปลี่ยนจากเจ้าผีดิบน้อยกลายเป็นม่อเกออันเสนาะหูจั่วม่อโบกมืออำลาเหล่าเฮยจั่วม่อกัดฟันแน่น เกร็งกำลังยกถุงกระสอบแบกขึ้นหลัง ไหล่บ่าพลันปวดปลาบ ในนั้นเป็นข้าวปราณน้ำหนักร่วมสามร้อยจิน ซึ่งแทบจะหักไหล่อันผอมบางของมันเสียแล้วเจ้าผีดิบผอมแห้งและอ่อนแอ แบกถุงกระสอบซึ่งใหญ่โตกว่าร่างของมันหลายเท่าไว้บนหลัง พลางขยับเดินอย่างยากลำบากไปตามเส้นทางภูเขาคอนถุงกระสอบหนักสามร้อยจินเดินตุปัดตุเปั๋ ทนถูลู่ถูกังลงมาจนกระทั่งถึงปากทางขึ้นภูเขา ครั้นแบกผ่านพ้นประตูใหญ่ออกมาได้ มันก็เหวี่ยงถุงกระสอบลงกับพื้น ทิ้งร่างทรุดลงนอนแผ่ หอบหายใจอย่างหนักหน่วงหลังจากพักผ่อนชั่วครู่ใหญ่ พอฟืนฟูเรี่ยวแรงขึ้นมาบ้าง จั่วม่อก็ลุกขึ้นยืน แล้วค่อยๆ หยิบนกกระเรียนกระดาษฟางสีเหลือง ออกจากอกเสื้ออย่างระมัดระวังนกกระเรียนกระดาษขนาดเพียงฝั่ามือ พับด้วยกระดาษฟางเหลือง และใช้สีชาดวาดอักขระยันต์ครั้นประจุพลังปราณลงไป นกกระเรียนกระดาษก็เริ่มขยายใหญ่ขึ้น เติบโตจนตัวโตกว่า