นกกระเรียนจริงเล็กน้อย ก้านไม้ไผ่บาง ๆ สานเป็นโครง และปิดทับด้วยชั้นกระดาษฟางเหลือง บนร่างเต็มไปด้วยเส้นโค้งคล้ายลูกอ๊อดของกลุ่มอักขระยันต์ เห็นได้ชัดว่าฝีมือการสร้างย่ำแย่ยิ่ง หลายแห่งหลุดลุ่ย ปิดทับด้วยแปั้งเปียก กระดาษสีเหลืองคุณภาพต่ำมาก สามารถเห็นเศษหญ้าหยาบ ๆ แทรกอยู่ทั่วบริเวณพื้นผิวจั่วม่อเกร็งกำลังยกถุงกระสอบขึ้นจากพื้น วางลงบนหลังนกกระเรียนกระดาษตัวนั้นควรทราบว่าศิษย์ฝั่ายนอกของสำนัก ถูกห้ามไม่ให้เหินบินภายในเขตภูเขา ซึ่งตลอดสองปีที่ผ่านมา จั่วม่อไม่ทราบว่าสาปแช่งกฎสำนักข้อนี้ไปกี่ร้อยกี่พันหน เนื่องจากเป็นเหตุให้มันต้องแบกกระสอบออกมาจนพ้นเขตภูเขาเสียก่อน จึงจะเอากระเรียนออกมาบินได้บุรุษหน้าผีดิบค่อยปีนขึ้นไปบนหลังนกกระเรียนกระดาษอย่างงุ่มง่าม เสียงโครงไม้ไผ่งอลั่นดังเอี๊ยด ชายหนุ่มชะงักค้าง จากนั้นสักครู่ พอเห็นว่านกกระเรียนกระดาษยังไม่มีสัญญาณว่าจะพินาศเอาในยามนี้ ค่อยผ่อนลมหายใจด้วยความโล่งอก“เสี่ยวหวง เสี่ยวหวง (เจ้าเหลืองน้อย) เจ้าจะมาพังตอนนี้ไม่ได้นะ”จั่วม่อตบเบา ๆ บนหัวของนกกระเรียนกระดาษ ขณะที่เจ้านกค่อย ๆ บินส่ายขึ้นจากพื้นเสียงกรีดร้องของโครงไม้ไผ่และกระดาษดังลั่นขึ้นอีกครั้ง นกกระเรียนกระดาษลอยตัวเหมือนเมาสุรา บินส่ายโค้งไป โค้งมา เดี๋ยวสูง เดี๋ยวต่ำ เดี๋ยวไปทางซ้าย เดี๋ยวย้ายมาขวา ส่งเสียงครืดคราดพลางลอยตุปัดตุเปั๋มุ่งหน้าไปตามเส้นทางภูเขาจั่วม่อนั่งพลางยึดจั