หลังจากได้รับโทรศัพท์ กรรมการผู้จัดการคิมถึงกับกรีดร้องออกมา และสาดความโกรธทั้งหมดใส่อีอูยอน ‘นี่นายยังมีสติอยู่ไหม บรรยากาศยิ่งไม่ดีอยู่ นายไม่รู้หรือไงว่าคนเขาจะพูดกันว่ายังไง ถ้านายไปในที่แบบนั้น นายควรจะไว้อาลัย ไม่สิ แสดงความรัก ไม่ ไม่ นายควรจะต้องเก็บเนื้อเก็บตัวอยู่ที่บ้านด้วยหัวใจที่โศกเศร้าต่อเพื่อนร่วมงานที่บาดเจ็บสิ เครียดงั้นเหรอ น่าตลกสิ้นดี! คนอย่างนายจะมาเครียดอะไร สมองของนายหลั่งฮอร์โมนที่ทำให้เกิดความเครียดหรือเปล่า เอานิ้วของฉันเป็นเดิมพันอะไร นายจะตัดนิ้วฉันเหรอ เฮ้ย ไอ้ตัวดี! นี่แก! อย่าวางสายนะ เอาอินซอบมาคุย เอาชเวอินซอบมาคะ…!’
ฟังมาถึงตรงนี้ อีอูยอนก็ยิ้มบางๆ ก่อนจะปิดเครื่อง จากนั้นเขาก็โกหกชเวอินซอบที่กำลังมองมาด้วยสายตาเป็นกังวลอย่างอ่อนโยนว่ากรรมการผู้จัดการบอกให้เที่ยวให้สนุก
แม้แต่ตอนที่กำลังไปคลับ อินซอบก็ถามอีอูยอนอยู่หลายรอบว่า ‘จะไม่เป็นอะไรเหรอครับ’ แม้จะเป็นช่วงกลางดึก แต่อีอูยอนซึ่งสวมแว่นกันแดดกับชุดลำลองสบายๆ ก็ยังดูสะดุดตาจนทำให้คนที่จำเขาได้เหลียวหลังและหยุดเดิน
เป็นไปได้สูงมากที่จะเกิดเรื่องขึ้น เพราะเดิมทีที่คลับก็มีคนเยอะอยู่แล้ว ถ้าเป็นผู้จ