อินซอบนึกถึงเรื่องราวน่าขมขื่นต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตก่อนจะลุกขึ้น ตอนนั้นเองโทรศัพท์มือถือที่อยู่ในกระเป๋าของเขาก็ส่งเสียงร้อง อินซอบมองชื่อที่ขึ้นมาบนหน้าจอโทรศัพท์ และรู้สึกเหมือนเลือดของเขาเย็นวาบขึ้นมา
จะรับหรือไม่รับดีนะ อินซอบลังเลอยู่พักหนึ่ง เขาปรับน้ำเสียงให้เป็นปกติก่อนจะกดรับสาย
“ครับ ชเวอินซอบครับ”
[นี่ผมเองนะครับ]
เขาได้ยินน้ำเสียงนุ่มนวลและไพเราะจากปลายสาย อินซอบภาวนาให้อีอูยอนไม่ทันสังเกตว่าตนกำลังสั่นเทา
“ครับ มีเรื่องอะไรเหรอครับ”
แม้เขาจะแกล้งทำเป็นเฉย และถามไปอย่างนั้น แต่ใจกลับเต้นตึกตักเหมือนมีใครกำลังตอกตะปูอยู่ พอนึกถึงภาพของอีอูยอนที่เดินออกมาจากซอย เขาก็รู้สึกว่าปลายนิ้วที่กำโทรศัพท์อยู่เย็นเฉียบ
[ผมโทรมาเพราะนึกถึงเฉยๆ ครับ]
เมื่อได้ยินคำตอบที่คาดไม่ถึง อินซอบก็ร้อง ‘อ้อ’ และนิ่งไป ไม่ยอมพูดอะไรอยู่พักหนึ่งเพราะไม่รู้ว่าจะต้องตอบอย่างไรดี
[ทำไมครับ ผมโทรศัพท์หาผู้จัดการส่วนตัวเฉยๆ ไม่ได้เหรอครับ]
“เปล่าครับ ผมไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น ก็แค่คาดไม่ถึงเฉยๆ…”
แม้ระยะเวลาที่เขาทำงานอยู่ข้างๆ อีอูยอนจนถึงตอนนี้จะเป็นระยะเวลาที่จะว่ายาวก็ยาว จะว่าสั้น