งเขาด้วยตัวเอง แถมยังมอบโล่ขอบคุณให้ด้วย แต่เนื่องจากพวกนักเรียนหญิงไม่ยอมนอน เพราะรอฟังการออกกาศของเขา และมาสัปหงกในตอนเช้า พ่อแม่ของพวกนักเรียนจึงประท้วงกันเข้ามาอย่างไม่ขาดสาย
น้ำเสียงของเขาทั้งหวานและนุ่มนวลถึงขนาดชวนให้คิดว่าอีอูยอนเกิดมาเพื่อรายการวิทยุหรือเปล่า พอตอนนี้อินซอบได้ยินเสียงนั้นกับหูของตัวเอง เขาก็เหมือนจะเข้าใจความรู้สึกของพวกนักเรียนหญิงจำนวนมากที่สามารถอดหลับอดนอนฟังการจัดรายการของอีกฝ่ายได้ขึ้นมาบ้างแล้ว
“ครับ ตอนนี้ผมอยู่ข้างนอกครับ”
[ไม่ได้อยู่บ้านเหรอครับ]
“ผม…ออกมาตรงดาดฟ้าแถวๆ บ้านน่ะครับ”
[อย่างนั้นเหรอครับ งั้นตอนนี้ผมก็กำลังมองท้องฟ้าผืนเดียวกันกับคุณอินซอบอยู่สินะครับ]
เขาลองใช้มือลูบแก้มดู เพราะรู้สึกว่าใบหน้าของตนเห่อร้อนกับคำว่าท้องฟ้าผืนเดียวกัน ปลายนิ้วของเขาไม่เย็นเหมือนกับก่อนหน้านี้แล้ว เพราะอากาศอุ่นขึ้นกว่าสองสามวันก่อน อินซอบตอบกลับไปอย่างอ่อนแรงว่า ‘นั่นสินะครับ’ พร้อมกับห่อตัว
[ร่างกายคุณไม่เป็นอะไรแล้วใช่ไหมครับ]
ถ้าเขาทิ้งทุกอย่างไว้ข้างหลังและฟังน้ำเสียงนั้น มันคงเป็นน้ำเสียงที่ใจดีและอ่อนโยนมาก
ชเวอินซอบกลัว เขากลัวเพราะมันเกิดขึ้น