หัวของเราดันโล่งซะจนนึกอะไรไม่ออกเลย
แล้วถ้ามีข่าวลือหลุดออกไปว่าเราเป็นสตอล์กเกอร์แปลกๆ เราคงไปที่สมาคมชาวเกาหลีโพ้นทะเลไม่ได้อีกแล้วแน่เลย…
“คนรู้จักเหรอ”
ทันทีที่ใครบางคนถามอย่างนั้นอีกครั้ง ฟิลลิปที่กำลังใช้ผ้าขนหนูเช็ดหน้าอยู่ก็ยักไหล่
นั่นเป็นการขยับตัวเล็กๆ แต่การกระทำนั้นทำให้ปีเตอร์รู้ได้ทันทีว่าตนไม่ได้อยู่ในโลกของอีกฝ่าย และเขาก็ตระหนักขึ้นมาได้ว่าการที่กลัวว่าอีกฝ่ายจะจำตนเองได้นั้นโง่ขนาดไหน
“เป็นอะไรหรือเปล่า”
ฟิลลิปเดาะลูกบาสกับพื้นเบาๆ พลางเอ่ยถาม ปีเตอร์งึมงำตอบไปว่าไม่เป็นไร และเริ่มเก็บส้มที่หล่นลงบนพื้นในตอนที่ล้ม ปีเตอร์รู้สึกว่าน้ำตาคลอทุกครั้งที่เก็บส้มใส่ถุง แต่เขาก็กัดปากพร้อมกับทนเอาไว้ เพราะเขารู้ว่าถ้าเขาร้องไห้ที่นี่ ต่อให้ตายเขาก็จะไม่มีวันให้อภัยตัวเองแน่ๆ พอเก็บส้มที่ตกอยู่บนพื้นครบแล้ว ปีเตอร์ถึงได้รู้ว่าส้มมีแค่เก้าลูก เขาจึงมองไปรอบๆ ส้มลูกหนึ่งตกอยู่อีกฟากหนึ่งของถนน ปีเตอร์ยืนตรงปลายฟุตบาทเพื่อข้ามถนน เขาคิดแค่ว่าจะรีบไปเก็บมัน และจะได้ออกไปจากที่นี่ ตอนที่เขาก้าวเท้าเพื่อข้ามถนนที่มีรถวิ่ง ใครบางคนก็จับแขนเขาไว้อย่างแรงจากทางด้านหลัง