ขณะที่อินซอบกำลังคิดนู่นคิดนี่อยู่นั้น เสียงโทรศัพท์มือถือของอีอูยอนก็ดังขึ้น อีอูยอนขออนุญาตเขาอย่างสุภาพว่า ‘สักครู่นะครับ’ และเริ่มคุยโทรศัพท์
เขาคุยด้วยภาษาอังกฤษที่รวดเร็วและคล่องแคล่ว เขาคุยโทรศัพท์อย่างกล้าหาญ เพราะนึกว่าอินซอบที่นั่งอยู่ข้างๆ ไม่เข้าใจ
“ส่งภาพคนร้ายไปแล้วไง นายไปค้นให้แน่ใจก่อนแล้วค่อยโทรมาใหม่ หวังว่านายจะโทรมาแจ้งข่าวดีนะ”
แม้เขาจะไม่ได้ยินว่าปลายสายพูดอะไร แต่เขาแน่ใจว่าอีอูยอนกำลังตามหาใครบางคนอยู่ เขาพูดต่ออีกไม่กี่ประโยคก่อนจะวางสายไป อินซอบเริ่มเดาในหัวว่าคนที่อีอูยอนพยายามตามหาคือใคร
อีอูยอนที่คุยโทรศัพท์เสร็จแล้วเหลือบมองด้านข้างของผู้จัดการส่วนตัว แม้จะทำหน้าเหมือนว่ากำลังตั้งใจคิดอะไรบางอย่างอยู่คนเดียว แต่ตอนนี้แค่อินซอบไม่ถามคำถามที่ผ่านไปแล้วกับอีกฝ่ายก็นับว่าเก่งแล้ว
“พรุ่งนี้ผมจะต้องลงมาก่อนกี่โมงเหรอครับ”
ช่วงนี้อีอูยอนไม่ได้เช็กตารางงาน ก่อนหน้านี้เขามักจะเช็กตารางงานอยู่เสมอเพื่อแต่งตารางงานขึ้นมาหลอกผู้จัดการส่วนตัว แต่หลังจากที่รู้ความจริงว่าเขาทำแบบนั้นกับชเวอินซอบไม่ได้ เขาก็วางมือไปตั้งแต่แรก เพราะอินซอบไปที่บริษัทและร