กขึ้น น้ำตาก็เยอะขึ้นไปด้วย…เฮ้อ”
หัวหน้าทีมชาใช้ฝ่ามือเช็ดน้ำตาขณะที่รอลิฟต์ วันนี้เป็นวันจันทร์ซึ่งชเวอินซอบมักจะเข้าบริษัทวันนี้ ปกติแล้วคนทั่วไปจะรับและตรวจสอบตารางงานใหม่ผ่านโทรศัพท์หรืออีเมล แต่ชเวอินซอบกลับมาที่บริษัทและตรวจสอบการอัปเดตตารางงานของอีอูยอนก่อนจะออกไป
“สวัสดีครับ”
“อ้อ คุณอินซอบ ดีขึ้นแล้วหรือยัง”
“ครับ ผมไม่เป็นอะไรแล้วครับ”
แม้จะตอบว่าไม่เป็นอะไรแล้ว แต่หน้าเขายังดูไม่มีแรงอยู่ชัดๆ แม้จะขึ้นลิฟต์ไปแล้ว ชเวอินซอบก็เอาแต่ยืนอยู่ตรงมุมลิฟต์เงียบๆ และมองตัวเลขบนหน้าจอเปลี่ยนไปเรื่อยๆ เท่านั้น
เมื่อประตูลิฟต์เปิดออกพร้อมกับเสียง ติ๊ง หัวหน้าทีมชาก็เห็นว่าใบหน้าของชเวอินซอบดีขึ้น และเขาก็รู้สึกขมขื่นขึ้นมา ทั้งๆ ที่อินซอบเป็นคนนิสัยดี แต่บางครั้งอีกฝ่ายก็ขีดเส้นระหว่างตัวเองกับคนอื่นๆ
เขาเห็นชเวอินซอบเดินไปมาพร้อมกับทักทายไปทีละคนทันทีที่เข้ามาด้านในห้องทำงาน หัวหน้าทีมชามองภาพที่อีกฝ่ายก้มหัวทักทายแม้แต่คุณป้าแม่บ้านที่ยุ่งอยู่กับการทำความสะอาดในขณะเดียวกันก็คิดว่ามันประหลาด
“โอ้ ในที่สุดก็มาทำงานแล้วเหรอ”
กรรมการผู้จัดการคิมที่วันนี้ก็ใส่ใจตัวเองตั้งแต่หัวจรด