“ถ้าอย่างนั้น คุณคิดว่าการเปลี่ยนแปลงทั้งหมดนี้มันผิดหรือ ผมไม่ได้บอกให้ปิดประตูและปิดหู แต่ผมถามว่าเราจะอยู่ได้อย่างไรโดยไม่มีของพวกนี้”
น้ำเสียงที่พูดประโยคนั้นทรงพลังมาก แม้ผลงานคราวนี้จะไม่ใช่ละครย้อนยุคแบบโบราณ แต่ก็ต้องออกเสียงให้ต่างไปจากละครในยุคปัจจุบันโดยทั่วไป
ในผลงานเรื่องนี้ซึ่งมีฉากหลังเป็นยุคที่ภาษาโชซอนกำลังเบ่งบานและพวกปัญญาชนมีการถกเถียงกัน คังยองโมและอีอูยอนรับบทตัวเอกที่ยืนอยู่คนละฝั่งระหว่างฝ่ายเปิดประเทศกับฝ่ายปิดประเทศ
คังยองโมรับบทปัญญาชนที่ยืนกรานว่าโชซอนจะต้องเปลี่ยนแปลงและปรับตัวให้เข้ากับยุคสมัยจากอิทธิพลที่เขาไปเรียนที่ประเทศจีนมา ส่วนอีอูยอนรับบทบัณฑิตที่ดึงดันให้ปิดประเทศจนถึงที่สุดด้วยความคิดแนวขงจื้อของตระกูลขุนนางชั้นสูงที่ฝังรากลึก และถูกลอบสังหารด้วยกลุ่มผู้มีอิทธิพลภายนอก
เมื่อคังยองโมพูดบทของตนเสร็จก็มองอีอูยอนด้วยสีหน้ากระหยิ่มยิ้มย่อง ละครย้อนยุคนั้นต่อให้มีบทให้อ่านก็ยังต้องปรับเปลี่ยนการออกเสียงอยู่ดี เพราะการออกเสียง น้ำเสียง และภาษาที่ใช้ต่างจากละครในยุคปัจจุบันอยู่มาก ต่อให้จะจำบทมาอย่างไร ก็เป็นเรื่องยากมากที่จะตอบโต้บทพูดของอีกฝ่ายได้ในสภ