าพที่ไม่มีอะไรเลย
“ผมถึงบอกให้ช่วยกันปกป้อง เพราะมันเป็นการดำรงอยู่ที่สำคัญอย่างไรเล่า ไม่ว่าจะเป็นตอนนี้ ในอดีต หรือว่าในอนาคต ผมก็อยากจะปกป้องสิ่งที่อยู่ที่นี่ให้ดำรงอยู่ต่อไปได้ คุณวอนชิกเองเคยลองคิดดูหรือไม่ครับ ว่ากลุ่มอำนาจที่บอกให้เรารับสิ่งใหม่ๆ เข้ามาคบค้าสมาคมกับเราด้วยความเป็นมิตรอย่างที่คิดหรือไม่”
น้ำเสียงนั้นทุ้มต่ำและนุ่มนวลราวกับสายน้ำไหล แต่พลังที่แฝงอยู่ในน้ำเสียงและสายตาของเขากลับเอาชนะผู้ชมได้
ความวิตกกังวลอย่างมากฉายอยู่ในแววตาของอีอูยอน คนที่นั่งอยู่ในห้องประชุมสามารถเห็นใบหน้าด้านข้างของบัณฑิตที่มีนิสัยขวานผ่าซาก ผู้ที่เป็นห่วงประเทศและรู้สึกทุกข์ใจซ้อนทับอยู่บนใบหน้าของเขา
“คุณยังไม่เข้าใจอีกหรือครับว่าโลกเปลี่ยนไปแล้ว และพวกเราก็ต้องเปลี่ยนแปลงด้วยเช่นกัน”
“เราจึงต้องพิจารณาร่วมกันไงครับว่าใครจะเป็นผู้กุมบังเหียนนั้น”
“นั่นเป็นสิ่งที่พวกผมจะต้องเป็นคนกุม พวกผมที่รู้จักวัฒนธรรมใหม่ๆ และเคยลองศึกษามาแล้วจะเป็นผู้กุมบังเหียนนั้น และทำให้ประเทศขับเคลื่อนไปได้ คุณยองฮาจะต้องเปลี่ยนความคิดได้แล้วครับ”
อีอูยอนยิ้ม คนอื่นๆ คิดว่าเขาลืมบทและคงจะด้นสดไปเรื่อยๆ เพราะไม