งคิดมาก แค่ขับรถอย่างปลอดภัยไปก็พอแล้ว เรื่องนั้นมันนานมากแล้วล่ะ”
กรรมการผู้จัดการคิมเอ่ยคำตักเตือนที่มีความหมายลึกซึ้งพลางจ้องอีอูยอนเขม้ง อีอูยอนเริ่มอ่านบทอีกครั้งด้วยสีหน้า ‘ผมไม่รู้ว่าคุณพูดเรื่องอะไร’
บทสนทนาที่ไม่สำคัญอะไรเกิดขึ้นภายในรถเป็นครั้งคราว หลังจากที่หัวหน้าทีมชาลดความเร็วลงมาที่ 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมงแล้ว ชเวอินซอบถึงสามารถปล่อยมือออกจากราวจับได้
รถวิ่งแบบนั้นอยู่สักพักก็เข้ามาในจุดพักรถบนทางด่วนของทะเลตะวันออก
“ทำไมล่ะ ไปต่อเถอะ ไปต่ออีกประมาณหนึ่งชั่วโมงสี่สิบนาทีก็น่าจะถึงแล้ว”
“กระเพาะปัสสาวะผมจะแตกอยู่แล้วครับ คุณนี่ไม่มีความเอาใจใส่คนเลย ความเอาใจใส่น่ะ”
หัวหน้าทีมชาบ่นงึมงำพลางจอดรถในที่ที่เหมาะสม เมื่อชเวอินซอบทำท่าจะเปิดประตูรถออกไป หัวหน้าทีมชาก็จับมือของเขาเอาไว้
“เดี๋ยวก่อน ต้องเช็คระยะห่างให้ดีก่อนออกไป”
“ครับ?”
“เพราะคนที่อยู่ด้านหลังนั่นแหละ เราถึงออกไปตามอำเภอใจได้ยาก”
“อ๋อ อย่างนั้นเองเหรอครับ งั้นจะต้องทำยังไงล่ะครับ”
“ลองถามเขาดูสิว่าจะอยู่ในรถหรือเปล่า หรือว่าจะให้ซื้ออะไรมาให้ไหม”
อีอูยอนปิดบทและสวมแว่นกันแดด กรรมการผู้จัดการคิมมองคนสวมฮู้ดและห