ับเข้าไปเถอะครับ ผมฝากด้วยนะ”
อีอูยอนตบไหล่ของพนักงานร้านสปาพลางส่งสายตาบอกให้พาเธอออกไปเร็วๆ ยูมินจูกรีดร้องอย่างหงุดหงิดไปตลอดทางจนกระทั่งเธอออกนอกประตูไป ชเวอินซอบดูให้แน่ใจว่าเธอลงลิฟต์ไปด้านล่างแล้วจึงเงยหน้าขึ้นมา
“ขอโทษนะครับ เป็นความไม่รอบคอบของผมเอง”
“อย่าพูดแบบนั้นเลยครับ”
อีอูยอนหยิบผ้าเช็ดหน้าออกมาจากกระเป๋าและช่วยซับจมูกของชเวอินซอบ เขาคงถูกตบเยอะมากแก้มถึงบวมแดง และมีเลือดกำเดาไหลออกมาจากจมูกข้างหนึ่งด้วย
“ไม่ต้องไปโรงพยาบาลแน่เหรอครับ”
“ครับ ผมไม่เป็นอะไรครับ”
“ขอโทษนะครับ เป็นเพราะผมแท้ๆ”
อีอูยอนสำรวจใบหน้าของชเวอินซอบพลางพูดต่อ
“ไม่มีรอยช้ำนะครับ…แต่มีแผลตรงนี้นี่”
อีอูยอนนึกถึงมือของยูมินจูที่สวมแหวนเพชรเม็ดใหญ่พลางเดาะลิ้น
“แค่ทายาก็พอครับ ผมไม่เป็นอะไรหรอก”
“ไปที่รถกันครับ ผมจะทายาให้เอง”
“ไม่เป็นไรครับ ผมทาเองได้”
“พอแล้วครับ อย่าดื้อสิ”
อีอูยอนจับมือของชเวอินซอบเอาไว้ และลากอีกฝ่ายไปหน้าลิฟต์ เขาไม่ลืมที่จะบอกลาพวกพนักงานอย่างนุ่มนวลในขณะที่ก้าวออกมาจากประตู
อีอูยอนพาชเวอินซอบมาที่รถตู้แล้วจับให้อีกฝ่ายนั่งที่เบาะหลัง
“กล่องยาอยู่ที่ไหน