รั้งพวกนักแสดงก็ได้รับมอบหมายให้เป็นผู้บรรยายเหมือนกันครับ ผมได้ยินมาว่าเขากำลังเตรียมเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับยุคสมัยที่คุณอีอูยอนตัดสินใจแสดงอยู่ ผมคิดว่าถ้าหากคุณอีอูยอนเป็นคนให้เสียงพากย์ เขาก็น่าจะแก้ไขเนื้อหาให้นะครับ ทั้งหมดก็มีเพียงเท่านี้ครับ”
“อินซอบ นายนอนตอนไหนกันแน่”
“ครับ? เมื่อคืนผมก็นอนนะครับ”
“ฮ่าๆๆๆ นายนี่ตลกจริงๆ เลย”
กรรมการผู้จัดการคิมหัวเราะเหมือนคนบ้า ชเวอินซอบนึกว่าตนทำอะไรผิดอีกแล้วและก้มหน้าลง แม้เขาจะใช้ภาษาเกาหลีที่เรียนมาจากพ่อได้เหมือนเป็นภาษาแม่ แต่เขาก็ยังขาดความเข้าใจในเรื่องการใช้ประโยคคำถาม ตัวอย่างเช่น เป็นเรื่องยากมากๆ สำหรับเขาที่จะแยกว่าอีกฝ่ายถามเพราะสงสัยจริงๆ หรือใช้ประโยคคำถามที่มีความหมายอื่นแฝงเอาไว้
“งั้น…ที่ถามว่าได้นอนตอนไหนเนี่ย เป็นคำทักทายเฉยๆ เหรอครับ”
ตอนนั้นเองชเวอินซอบก็ได้เข้าใจถึงจุดประสงค์ในคำถามที่กรรมการผู้จัดการคิมโยนมาให้
“ใช่ นายคอยตามอีอูยอนทั้งวันน่าจะเหนื่อยนะ แต่นายก็ยังตั้งใจหาข้อมูลอะไรแบบนี้มาอีก”
“ก็ผมบอกแล้วไงครับว่าเขาทำงานเก่ง”
อีกฝ่ายกล่าวคำชมที่อ่อนโยนออกมา เพราะคำพูดของอีอูยอน ชเวอินซอบจึงวางตัวไม่ถูกเห