“นี่นายมีสติอยู่หรือเปล่า นายกำลังคิดอะไรอยู่กันแน่”
กรรมการผู้จัดการคิมฮักซึงปาหนังสือพิมพ์กีฬาฉบับวันนี้ลงบนโต๊ะและตะโกนขึ้นมา เขาสวมสูทสีน้ำตาลอ่อนกับเสื้อเชิ้ตสีน้ำเงินเข้ม เสียบผ้าเช็ดหน้าเอาไว้ที่กระเป๋าด้านหน้าของเสื้อสูทดูราวกับนายแบบรวยๆ ของดอลเช่ แอนด์ กาบาน่า ถึงแม้จะอายุเกินสี่สิบปีไปแล้ว แต่ด้วยผิวที่ได้รับการดูแลอย่างดีบวกกับกล้ามเนื้อที่โผล่พ้นสูทหรูออกมา จึงทำให้เขาดูเด็กกว่าอายุจริง เส้นผมที่ถูกจัดแต่งมาอย่างดีโดยร้านทำผมย่านชองดัมดงที่ต้องเป็นสมาชิกหรือไม่ก็รอคิวเป็นเดือน เช้าวันนี้ถูกเขาขยุ้มจนเต็มกำมือ คิมฮักซึงตวาดขึ้นมา
“นี่มันกี่รอบแล้ว คราวที่แล้วนายก็เกือบถูกจับได้ แต่พอดีหัวหน้าทีมชากันพวกนักข่าวออกไปได้อย่างหวุดหวิด ตอนนั้นนายบอกว่าอะไรนะ”
“จะไม่มีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นอีกแล้วครับ”
ชายหนุ่มนั่งเอนตัวพิงโซฟาสีน้ำตาลเข้มตอบกลับพลางฉีกยิ้ม รอยยิ้มนั้นสดชื่นเหมือนกลิ่นที่กระจายอยู่ในอากาศยามปอกเปลือกส้มสดใหม่
“และผมจะไม่ให้ถูกจับได้อีกครับ”
น้ำเสียงนั้นฟังดูมั่นใจในตัวเองราวกับทุกเรื่องในโลกอยู่ในกำมือของเขาหมดแล้ว
“จะไม่ให้ถูกจับได้งั้นเหรอ นี่นายมองไม่เห็น