ห็นกระดูกไหปลาร้าของแจยองที่โผล่พ้นกระดุมสองเม็ดแรกที่ถูกปลดไว้ เส้นเอ็นนูนขึ้นมาเป็นทางยาวลากจากสันกรามจนถึงช่วงลำคอ ซังอูเผลอพินิจใบหน้าด้านข้างของอีกฝ่ายด้วยความรู้สึกวาบหวิว จากนั้นเขาก็ได้สบตากับแจยองอีกครั้งตอนเจ้าตัวหันมาเปลี่ยนเกียร์
“ลูกไม้ตื้นๆ แค่นี้ก็ไม่รู้”
แจยองหันกลับไปมองด้านหน้าอีกครั้งพลางพึมพำคำพูดที่ฟังอย่างไรก็ไม่เข้าใจ ซังอูยังคงรู้สึกวุ่นวายใจ
“นายกำลังห่วงว่าฉันจะขับรถไม่ดีเพราะไม่ได้ใส่แว่นอยู่ล่ะสิ”
แจยองพูดราวกับอ่านใจได้ ซังอูพยักหน้า
“ค่าสายตาฉันเท่าไรนะ”
“สั้น 0.7 เอียงนิดหน่อย”
“แค่นี้มองป้ายบอกทางได้สบายมาก”
“ทำประกันแล้วใช่ไหมครับ”
“ต่อให้เกิดอุบัติเหตุฉันก็ไม่ให้นายออกค่าซ่อมหรอกน่า”
“ทำไมไม่ใส่แว่นล่ะครับ”
แจยองนิ่งเงียบไม่ตอบอยู่ครู่ใหญ่ จนกระทั่งติดไฟแดงจึงหันมาสบตาระหว่างรอ
“คนเราต้องรู้จักอดทนกับความลำบากเล็กๆ น้อยๆ บ้าง เพื่อสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่า”
“มันเกี่ยวกันยังไงเหรอครับ”
แจยองตอบเพียงว่าไม่ต้องรู้หรอกก่อนจะหันไปขับรถต่อ แม้จะยังไม่สบายใจ แต่ซังอูก็ไม่ได้กวนอีกฝ่ายอีก
แทนที่จะจอดรถในลานจอดรถของโรงมัลติเพล็กซ์ แจยองกลับเลือกที่จะจอดรถในลานจอดรถแบบเสีย