จีฮเยจ้องมองสายตาของคนตรงหน้าที่เปลี่ยนไปเปลี่ยนมา จากที่ดูหยิ่งยโส เป็นขี้เล่น แล้วก็เปลี่ยนเป็นดุดัน ขณะเดียวกันก็รอคอยให้เขาพูดต่อ
“เธอตั้งใจจะสารภาพรักหลังกินข้าวพรุ่งนี้ใช่ไหม สมมติว่าเธอบอกไปว่า เรามาคบกันเถอะค่ะ เธอเดาไม่ออกเลยเหรอว่าคำตอบจะเป็นยังไง”
“…”
“ไม่ได้ เทอมนี้ต้องโฟกัสกับการเรียนและการพัฒนาเกม ไม่มีเวลาให้เรื่องความรักหรอก”
แจยองเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อยแล้วพูดด้วยสีหน้าบอกบุญไม่รับ ช่างเป็นการเลียนแบบการพูดจาทื่อๆ ได้เหมือนเจ้าตัวสุดๆ ถ้าไม่ใช่ในสถานการณ์แบบนี้จีฮเยเองก็คงหลุดขำออกมาเหมือนกัน
“หรืออาจจะแค่บอกว่า ‘ไม่มีเวลาสำหรับเรื่องไร้สาระพวกนั้นหรอก’ ก็ได้”
หลังจากสวมบทบาทเป็นชูซังอูเสร็จแจยองก็กลับมามีท่าทีเหมือนเดิม บรรยากาศที่เหมือนจะดีขึ้นหายไป จีฮเยถูกดึงกลับมาเผชิญหน้ากับแจยองอีกครั้ง เธอรู้สึกแย่มาก บทพูดที่อีกฝ่ายเลือกมาดูสมจริงเกินไป ราวกับออกมาจากปากของชูซังอูเองโดยตรง แม้จะยังไม่ได้สารภาพรัก แต่กลับรู้สึกเหมือนโดนปฏิเสธไปเสียก่อนแล้ว
อย่างไรเธอก็เตรียมใจมาแล้วว่าต้องโดนปฏิเสธแน่ๆ เธอไม่ได้คาดหวังด้วยซ้ำว่าจะได้คบกับอีกฝ่ายในทันที แต่ที่คิดจะสารภาพรักก็เพื่อให้ชูซังอูมอง