“คนนี้ ที่เป็นแฟรงเกนสไตน์ไม่ใช่เหรอคะ”
“วันนั้นแต่งหน้าเข้มขนาดนั้นยังจำได้อีกเหรอเนี่ย”
“จะลืมได้ยังไงกันล่ะคะ ก็พี่ส่งเขามาที่โต๊ะฉันตั้งกี่ครั้ง!”
“หลังจากนี้เดี๋ยวเขาคงหาทางเข้าหาเธอ ดูเหมือนเขาจะชอบเธอนะ”
จีฮเยพองแก้มอย่างหมดคำจะพูด ไม่น่าเชื่อว่าเจ้าของใบหน้านี้อายุรุ่นราวคราวเดียวกับเธอ แต่ในขณะเดียวกันสิ่งที่สะดุดตาคือคำว่า ‘เอกปรัชญา’
“งั้นคนแรกเป็นฮยองจิน?”
“ไม่ใช่ค่ะ ฉันยังไม่ได้พูดแบบนั้นซะหน่อย”
จีฮเยเก็บเอกสารแนะนำคู่เดตหนาปึกกลับใส่ซองแล้วยัดลงในกระเป๋าของตัวเอง จากนั้นยืดหลังตรงแล้วมองไปที่แจยองอีกครั้ง แม้ดูทรงแล้วเหมือนว่าเธอจะยอมจำนนให้กับการข่มขู่และการเกลี้ยกล่อมของอีกฝ่ายแล้วก็ตาม แต่เธอก็ไม่อยากดูเป็นคนง่ายขนาดนั้น
“เอาเป็นว่าฉันเข้าใจแล้วค่ะ ฉันจะลองไปคิดเรื่องตัดใจดู”
“ดีจริงๆ ที่พูดกันรู้เรื่อง”
“อย่าได้เข้าใจผิดไปค่ะ ฉันไม่ได้ยอมแพ้เพราะคำขู่หรือข้อเสนอของพี่ แต่เพราะฉันไม่ได้เสียสติถึงขั้นทำตัวไม่สะทกสะท้านแบบพี่ต่างหากค่ะ ฉันแค่ไม่อยากเข้าไปเป็นมือที่สามในความสัมพันธ์ที่ดูหนักแน่นจริงจังก็เท่านั้น”
แจยองหัวเราะโดยไม่พูดอะไร ราวกับจะบอกว่า ‘จะยังไงก็ช่า