สมองของจีฮเยเริ่มประเมินสถานการณ์ที่ตัวเองกำลังเผชิญอยู่อย่างรวดเร็ว ทำไมก่อนหน้านี้ถึงไม่สังเกตนะ ที่ผ่านมานอกจากตอนเล่นเกมกับตอนที่รบเร้าให้อธิบายเรื่องทฤษฎีวัฒนธรรมแล้ว ก็มีแต่เรื่องของจางแจยองเท่านั้นที่ทำให้ชูซังอูดูกระตือรือร้นขึ้นมาได้
‘บางทีอาจจะไม่ใช่รักข้างเดียว’
จีฮเยรู้สึกเหมือนหมดแรงจะสู้ต่อ ข้อสันนิษฐานนั้นทำให้ทุกอย่างลงล็อก ถ้าชูซังอูมีรสนิยมแบบนั้นจริงๆ เรื่องที่เขาไม่คิดจะมองมาที่เธอเลยก็ฟังดูสมเหตุสมผล บางทีทั้งสองคนอาจจะกำลังคบกันแล้วก็เป็นได้ แจยองอาจจะโกหกเพราะว่าเป็นห่วงซังอู จีฮเยใช้ฝ่ามือลูบใบหน้า ความพ่ายแพ้ใกล้เข้ามาทุกที
“ขอโทษทีนะ พี่ไม่มีเวลามารอให้เธอนั่งคิดอะไรเรื่อยเปื่อย และไม่มีอารมณ์จะรอด้วย พี่จะพูดแค่สิ่งที่อยากพูดแล้วก็จะไป”
จู่ๆ แจยองก็พูดรัว จีฮเยพยักหน้าและจัดผมเผ้าของตัวเองให้เข้าที่ก่อนจะนั่งตัวตรงมองคนตรงหน้าอีกครั้ง สีหน้าของอีกฝ่ายยังคงไร้อารมณ์ไม่ต่างจากที่เธอเห็นตอนเดินเข้ามาในคาเฟ่แห่งนี้
“ชูซังอูน่ะ น่าสนใจมากใช่ไหมล่ะ พี่เข้าใจนะ เขาทั้งฉลาด น่ารัก เคารพกฎหมาย คอสวย เรียนจบไปแล้วก็คงหาเงินเก่งน่าดู”
‘เฮอะ… อะไรของเขาเนี่ย’
จีฮเยหรี่ตามอง แต่แจย