เป็นพรหมลิขิตหรือความโรแมนติกแต่อย่างใด
ปกติแล้วถ้าคนเราเห็นใครกำลังถือของหนักๆ อยู่ก็ต้องมีน้ำใจคิดช่วยกันบ้างไม่ใช่เหรอ? จีฮเยคิดว่าการที่เขาเห็นเธอทำกล่องหลุดมือจนของข้างในกระจัดกระจายเต็มพื้นแต่กลับเดินผ่านไปเฉยๆ มันช่างใจดำจนไม่สามารถปล่อยไปเฉยๆ ได้
‘อีกไกลแค่ไหนเหรอครับ’
คำแรกที่ออกมาจากริมฝีปากเหยียดตรงฟังดูหยาบคายเหมือนกับใบหน้าไม่มีผิด เสื้อขนเป็ดสีดำ หมวกสีดำ กางเกงยีนทรงกระบอก การแต่งกายเหมือนไม่ได้ใส่ใจรายละเอียดเท่าไรนัก นิสัยก็คงอึมครึมไม่ต่างกัน แต่แถวนั้นนอกจากซังอูแล้วก็ไม่มีใครให้ขอความช่วยเหลือได้เลย
‘น่าจะหนักเกินสามสิบกิโลด้วยซ้ำ แบบนี้ต่อให้เป็นคนรับจ้างขนของยังต้องเก็บเงินเพิ่มเลยครับ’
ไม่รู้ทำไมคำพูดนั้นถึงได้ติดอยู่ในใจนัก บางทีซังอูอาจจะกำลังเตือนอยู่กลายๆ ว่าใช้งานหนักขนาดนี้จะมาเลี้ยงข้าวมื้อเดียวอย่างไร้จิตสำนึกได้ที่ไหน แต่จีฮเยฟังแล้วกลับคิดว่ามันเป็นเพียงสำนวนการพูดของคนเย็นชาที่ต้องการจะถามว่าทำไมเธอถึงถือของหนักขนาดนี้มาคนเดียวมากกว่า
ตั้งแต่นั้นมาทุกอย่างก็เปลี่ยนไป ใบหน้าที่เคยมองว่าบึ้งตึง กลับดูเป็นคนมีความรับผิดชอบ จากภาพลักษณ์ที่เคยคิดว่าธรรมดากลับกลา