เมื่อวานนี้เขาก็น้ำตาแตก มันเป็นความทรงจำที่เขาอยากจะลบทิ้งไปเหมือนโฟลเดอร์ ซังอูร้องไห้ครั้งสุดท้ายคือตอนฝึกทหาร ก่อนหน้านั้นคือตอนที่เขาเอานิตยสารของพี่สาวไปตบยุงจนเปื้อนเลยโดนยัยปีศาจนั่นแก้แค้น และเคยน้ำตาไหลตามกลไกของร่างกายตอนกินไก่เผ็ดที่ซื้อมาเพราะถูกคนขายหลอกว่าไม่เผ็ดเข้าไปเต็มปากเต็มคำ
ซังอูคิดเสมอว่ามนุษย์ร้องไห้กันเก่งเกินไป ยกตัวอย่างเช่น การให้เด็กๆ มารวมตัวกันในวันสุดท้ายของการออกค่าย จุดเทียน เปิดเพลงคลอเบาๆ และกระตุ้นแกมกดดันให้เกิดความรู้สึกประทับใจ ในบรรดาพวกที่คร่ำครวญหวนไห้เหมือนก๊อกแตก ซังอูมักจะเป็นคนที่เบิกตาอย่างเหม่อลอย
‘เฮ้ย ไอ้หนู ทำไมนายไม่ร้องไห้อยู่คนเดียว’
‘ผมไม่เศร้าครับ’
ต่อให้ดูภาพยนตร์เศร้า เขาก็ไม่อิน เพราะไม่ว่ามันจะน่าเศร้าแค่ไหนก็เป็นแค่เรื่องของตัวละครในภาพยนตร์เท่านั้น ไม่ได้มีผลกระทบอะไรต่อซังอู สำหรับเขาแล้ว การร้องไห้คือปฏิกิริยาเมื่อมีสิ่งแปลกปลอมเข้ามาในดวงตา แต่คราวนี้เขาได้เรียนรู้อย่างหนึ่ง คือเมื่อจิตใจรู้สึกไม่ได้รับความยุติธรรมและอึดอัดอย่างสุดขีด น้ำตาจะไหลออกมา และไม่ว่าจะพยายามแค่ไหน มันก็จะยังคงไหลอยู่อย่างนั้นไม่ยอมหยุด
ซังอูนั่งอย