้าสังคม ขาดความเห็นอกเห็นใจเพื่อนมนุษย์แบบสุดโต่งจนไม่สามารถอธิบายเป็นคำพูดได้ เหมือนทั้งโลกมีแค่ตัวเอง ยี่สิบห้าปีมานี้เขาคบค้าสมาคมกับคนอื่นอย่างขอไปทีมาตลอด ไม่เคยสานสัมพันธ์ลึกซึ้งกับคนรอบข้างเลยหรือไงนะ
‘เพลียว่ะ กูเพลีย’
แจยองเสียอารมณ์ เสียความรู้สึกมากเกินไปเพียงเพื่อจะลองนอนกับอีกฝ่ายสักครั้งหนึ่ง ไม่รู้ว่าเขาต้องหัวหมุนเหมือนนั่งโรลเลอร์โคสเตอร์เพราะเจ้าหมอนี่ไปแล้วกี่ครั้ง
‘แม่งเอ๊ย ทำธุรกิจขาดทุนชัดๆ’
แจยองยกฝ่ามือขึ้นปิดตา และนั่งอยู่อย่างนั้นครู่ใหญ่
“เอาเป็นว่าฉันเข้าใจแล้วว่านายจะสื่ออะไร นอนก่อนแล้วค่อยคุยกันพรุ่งนี้เถอะ เพราะตอนนี้ก็ไม่มีสติด้วยกันทั้งคู่ ต้องรอให้นายสร่างเมาก่อนด้วย”
“…”
“ทำไมไม่ตอบ”
แจยองหันกลับไปมองด้วยความคิดที่ว่า ‘ไอ้เด็กเวรนี่ทำกูหัวร้อนอีกแล้ว’ ก่อนจะต้องปิดปากลง เพราะในชั่วขณะนั้นซังอูเอาหัวพิงผนังหลับไปแล้ว
“ไอ้นี่เดี๋ยวปั๊ด”
ใบหน้ายามหลับที่ดูใสซื่อยิ่งทำให้ความโมโหของเขาพลุ่งพล่าน แจยองกำหมัดแน่นแต่ไม่รู้จะเอาไปลงที่ไหน สุดท้ายจึงหันหน้าหนี
เขานั่งค้อมตัวไปข้างหน้าและจมอยู่กับความคิด นี่เป็นช่วงเวลาที่ต้องค่อยๆ ตัดสินใจว่าจะต้องทำอย่างไรต่อไป ถ้าจ