ุมที่เหลือออกพร้อมกันทั้งหมด กระดุมสีขาวจำนวนหนึ่งกระเด้งกระดอนอยู่บนเบาะที่นั่งก่อนจะหายไปในเงามืด เดิมทีเขาคิดว่าจะต้องถูกดุ แต่ซังอูกลับไม่ได้สนใจเลยสักนิด อีกฝ่ายคว้าข้อมือของแจยองไว้แล้วเอ่ยขึ้น
“รุ่นพี่… ไม่ได้ยิน… ที่ผมพูดเหรอครับ”
“…อือ”
“ผมเมามาก... ยังตัดสินใจอะไรไม่ได้ครับ เพราะงั้น…”
“นั่นไม่ใช่ปัญหา ถอดเสื้อออก”
คนที่ดื่มเหล้าคือซังอู แต่คนที่เมาเหมือนจะตัวเขาเอง แจยองรู้สึกหัวหมุนขณะที่กดริมฝีปากลงบนร่างเปลือยทั้งอย่างนั้น เขาดูดเม้มผิวหนังร้อนแล้วใช้ลิ้นเย้าแหย่กระดูกไหปลาร้าที่เว้าลงไป ซังอูขยับต้นขาขยุกขยิกและออกแรงบีบแขนของเขา แจยองคว้ามือที่ทำท่าจะผลักเขาออกมาจับไว้ และลูบไล้อีกฝ่ายอย่างรักใคร่ต่อไป
“อา… แฮ่ก ทำไมถึง…เมิน…ที่ผมพูดล่ะครับ”
ดูเหมือนซังอูจะสูญเสียทักษะทางด้านภาษาไปแล้ว แจยองไม่เข้าใจสิ่งที่ซังอูพูดเลยสักนิดมาตั้งแต่เมื่อครู่ ซังอูยังคงพยายามจะดันแจยองออก แต่อาจเป็นเพราะเพิ่งดื่มเหล้ามาหรือไม่ก็กำลังมีอารมณ์จึงมีแรงไม่เท่าในยามปกติ
“ทำไมต้องพูดด้วยล่ะ นายเองก็ใช้ร่างกายพูดก็พอ”
ริมฝีปากของแจยองลงไปอยู่ที่อกของซังอูโดยไม่รู้ตัว ด้านหนึ่งหยอกเย้าด้วยปาก