ิดหน่อยก็เลยจะเลี้ยงข้าวฉันน่ะค่ะ
“งั้นเหรอ เที่ยวเล่นกันให้สนุกนะ”
พูดจบ แวมไพร์ก็เดินหายไปที่ไหนสักที่ ซังอูไม่ได้กินอะไรแต่กลับรู้สึกคลื่นไส้
“ตกแต่งได้ดีจริงๆ นะคะ สมแล้ว คุณภาพระดับชมรมการละครนี่นา… ยอดเยี่ยมมากเลยค่ะ”
ในทางกลับกัน จีฮเยกวาดตามองค้างคาวและฟักทองที่ตกแต่งอยู่บนเพดานและถ่ายรูปอย่างอารมณ์ดี
“ที่จริงแล้ว…”
จีฮเยเก็บมือถือและลดเสียงลง
“ถ้ารู้ว่าชมรมการละครเป็นคนจัด ฉันคงไม่มาหรอกค่ะ”
“ทำไมล่ะ”
หญิงสาวมองรอบๆ ให้แน่ใจว่าไม่มีใครอยู่ก่อนจะกระซิบ
“เพราะฉันคิดว่าพี่แจยองไม่ชอบฉันน่ะสิคะ”
“ทำไมล่ะ”
“ก็แค่…ความรู้สึกน่ะค่ะ”
“ดูไม่มีเหตุผลให้ไม่ชอบเลยนะ”
“ใช่แล้วค่ะ จากที่เห็นวันนี้ดูเหมือนว่าฉันจะคิดไปเอง เพราะงั้นก็เลยรู้สึกดีขึ้นแล้วค่ะ ที่ผ่านมาฉันรู้สึกไม่สบายใจนิดหน่อย”
ซังอูปิดปากเงียบด้วยสีหน้าไม่เข้าใจ
“แล้วก็นะคะ พี่…”
จู่ๆ จีฮเยก็ขยับตัวมาชิดโต๊ะแล้วพูดอย่างลับๆ ล่อๆ ซังอูจึงเอียงตัวไปข้างหน้าโดยอัตโนมัติเพื่อฟังเสียงเธอ
“วันนี้ฉันมีเรื่องจะบอกค่ะ”
แสงเทียนสะท้อนไหวๆ อยู่ในดวงตาของหญิงสาว ซังอูได้มองใบหน้าของจีฮเยอย่างละเอียดเป็นครั้งแรก เขาไม่เคยรู้มาก่อนว่าบนแก้มของเธอ